เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
คำถามว่า สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย เป็นหนึ่งในประเด็นที่เจ้าของรายได้จำนวนมากให้ความสนใจ โดยเฉพาะในปี 2569 ที่เงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินมีความรัดกุมมากขึ้น ทั้งด้านภาระหนี้ต่อรายได้ (DSR) ความสม่ำเสมอของรายได้ และประวัติการชำระหนี้
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาว่า “ธนาคารไหนอนุมัติง่ายกว่า” ไม่สามารถตอบได้จากชื่อธนาคารเพียงอย่างเดียว เนื่องจากแต่ละสถาบันมีเกณฑ์การประเมิน ความเสี่ยงที่รับได้ และกลุ่มลูกค้าเป้าหมายแตกต่างกัน สิ่งที่มีผลต่อโอกาสอนุมัติมากกว่าคือ ความสอดคล้องระหว่างโปรไฟล์ผู้กู้กับประเภทสินเชื่อที่ธนาคารออกแบบไว้
บทความนี้จึงมุ่งอธิบายในเชิงโครงสร้างว่า
เพื่อให้การตัดสินใจขอสินเชื่อเป็นไปอย่างรอบคอบ และลดความเสี่ยงในการหันไปพึ่ง สินเชื่อเงินด่วน หรือ กู้เงินด่วน ที่อาจมีต้นทุนและความเสี่ยงสูงกว่าสินเชื่อในระบบธนาคาร
บทความที่เกี่ยวข้อง สินเชื่ออนุมัติง่ายสำหรับคนทำธุรกิจ
ไม่ว่าจะยื่นกู้ที่ธนาคารไหน สุดท้ายแล้วสิ่งที่อยู่ในหัวคนอนุมัติมักคล้ายกัน คือคำถาม 3 ข้อนี้
คนนี้มีรายได้จริงและสม่ำเสมอไหม?
ภาระหนี้ที่มีอยู่ ต่อรายได้ รับได้หรือเปล่า?
ประวัติในอดีตแสดงให้เห็นว่าเป็นคนมีวินัยการเงินมากน้อยแค่ไหน?
แตกย่อยออกมาเป็นเกณฑ์หลัก ๆ ดังนี้
ธนาคารจะดูว่า
รายได้ต่อเดือนเท่าไร
มาจากแหล่งไหน (เงินเดือน, ธุรกิจ, ฟรีแลนซ์, ร้านค้า ฯลฯ)
มีความสม่ำเสมอแค่ไหน (ทุกเดือน/เป็นช่วง ๆ)
สลิปเงินเดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน และ Statement คือหลักฐานสำคัญ ถ้าเป็นอาชีพอิสระ/พ่อค้าแม่ค้า ต้องใช้หลักฐานรายได้แบบอื่นมาช่วย ซึ่งอธิบายละเอียดในบท สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย อาชีพอิสระ และ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า
คือการดูว่า “ยอดผ่อนหนี้ทั้งหมดต่อเดือน” คิดเป็นกี่เปอร์เซ็นต์ของรายได้
ถ้าผ่อนรวมกันเดือนละ 5,000 จากรายได้ 30,000 = 16.7%
ถ้าผ่อนรวมกันเดือนละ 18,000 จากรายได้ 30,000 = 60%
สิ่งที่ผมเห็นบ่อยคือ ผู้กู้จำนวนมากโฟกัสที่ตัวเลข DSR ตามสูตร แต่ธนาคารมักมองลึกกว่านั้น เช่น เงินสดเหลือจริงปลายเดือน หลังหักค่าใช้จ่ายจำเป็นทั้งหมด ในหลายกรณี แม้ DSR ยังไม่เกินเกณฑ์ แต่ถ้าเงินเหลือปลายเดือนต่ำ ธนาคารจะประเมินความเสี่ยงสูงกว่าที่ตัวเลขบนกระดาษสะท้อนออกมา
ธนาคารดูจากรายงานเครดิตบูโรว่า
เคยค้างชำระไหม? นานแค่ไหน? บ่อยหรือเปล่า?
มีบัญชีไหนกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) หรืออยู่ระหว่างฟ้องร้องหรือไม่
ทุกวันนี้ยังมีค้างอยู่ หรือเริ่มกลับมาจ่ายดีแล้ว
จากประสบการณ์ที่ผมพบในการให้คำปรึกษาด้านสินเชื่อ ลูกค้าที่ “ตัวเลขดูผ่านเกณฑ์” กับลูกค้าที่ “ธนาคารกล้าปล่อยจริง” มักไม่ใช่กลุ่มเดียวกันเสมอไป หลายเคสรายได้ใกล้เคียงกัน แต่พฤติกรรมเงินเข้า–ออกในบัญชีต่างกันเพียงเล็กน้อย ผลการพิจารณากลับต่างกันอย่างชัดเจน แม้ยื่นกับธนาคารเดียวกันก็ตาม
ถ้าบูโรไม่สวย แปลว่าไม่ได้หมายความว่า “หมดสิทธิ์” เสมอไป แต่จะทำให้เข้าข่ายกลุ่มที่ต้องใช้บทอย่าง สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร, สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร, กู้เงิน ไม่เช็คบูโร, เงินกู้ไม่เช็คบูโร มีจริงแค่ไหน? วิธีเช็กให้ไม่เสี่ยง มาช่วยวางแผนมากขึ้น
แม้รายได้เท่ากัน แต่โอกาสผ่านอาจไม่เท่ากัน เพราะรายละเอียดต่อไปนี้
พนักงานประจำ: มักถูกมองว่าเสี่ยงน้อยกว่า เพราะรายได้แน่นอน เอกสารชัด
ข้าราชการ / พนักงานรัฐวิสาหกิจ: โดยทั่วไปภาพลักษณ์ความเสี่ยงต่ำ ธนาคารหลายแห่งออกโปรเฉพาะ
อาชีพอิสระ / ฟรีแลนซ์: ต้องพิสูจน์รายได้มากกว่าคนมีสลิปเงินเดือน
พ่อค้าแม่ค้า / เจ้าของกิจการส่วนตัว: ถ้ารายได้เข้าบัญชีสวย โอกาสสูง แต่ถ้ายังรับเงินสดเป็นหลัก จะยากกว่า
ตรงนี้เองที่บทอย่าง สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย อาชีพอิสระ และ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า มีประโยชน์มาก
คนที่มีประสบการณ์ทำงานต่อเนื่องในสายงานเดียวกันมานาน มักถูกมองว่ามีความมั่นคงมากกว่าคนเปลี่ยนงานถี่ ๆ หรือเพิ่งเริ่มอาชีพใหม่ ๆ
ยอดเงินคงเหลือมักติดลบหรือใกล้ศูนย์ตลอดหรือไม่
มีเงินเข้าบัญชีแล้วถอนเกลี้ยงทุกครั้ง หรือมีเงินเหลือสะสมบ้าง
มีการออม หรือการลงทุนเป็นประจำไหม
ธนาคารมองข้อมูลเหล่านี้เป็น ภาพพฤติกรรมทางการเงินในชีวิตจริง ไม่ใช่แค่ตัวเลขบนกระดาษ
แทนที่จะถามกว้าง ๆ ว่า
“ธนาคารไหนอนุมัติง่ายที่สุด?”
ลองเปลี่ยนเป็น
“โปรไฟล์แบบเราเข้าทางของธนาคารแบบไหน?”
คุณอาจมีทางเลือกกว้างกว่า แต่ก็ต้องจัดการเรื่องภาระหนี้และบูโรให้ดี บท สินเชื่ออนุมัติง่าย และบทนี้จะช่วยให้วางแผนก่อนยื่นได้
จุดสำคัญไม่ใช่ชื่อธนาคาร แต่คือ “เราทำให้รายได้ของเรา มองเห็นได้ แค่ไหน”
จากที่ผมสังเกตในเคสอาชีพอิสระและพ่อค้าแม่ค้า ธนาคารให้ความสำคัญกับ “รูปแบบรายได้ที่คาดการณ์ได้” มากกว่าตัวเลขรายได้สูงสุด ลูกค้าที่รายได้เฉลี่ยต่ำกว่า แต่เงินเข้าบัญชีสม่ำเสมอ มักมีโอกาสผ่านมากกว่าคนที่รายได้สูงแต่เงินเข้าเป็นรอบ ๆ และขาดความต่อเนื่อง
ควรโฟกัสที่ผลิตภัณฑ์กลุ่ม สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า หรือสินเชื่อสำหรับผู้ค้าขายโดยตรง เพราะออกแบบมาให้ใช้ยอดขายและกระแสเงินสดเป็นหลักฐาน ไม่ได้ดูแค่สลิปเงินเดือน ซึ่งต่างจากสินเชื่อเงินเดือนทั่วไป
ธนาคารใหญ่บางแห่งอาจเข้มมาก แต่บางแห่ง/บางผลิตภัณฑ์อาจผ่อนปรนบ้าง จุดสำคัญคือ
ดูว่าตอนนี้เรา “ฟื้นตัว” แค่ไหนแล้ว
อ่านควบคู่กับ สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร, สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร, กู้เงิน ไม่เช็คบูโร, สินเชื่อถูกกฎหมาย ไม่เช็คบูโร, กู้เงินถูกกฎหมายไม่เช็คบูโร ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนโอนสักบาท
จากที่สังเกต การมีรายได้สูงแต่เงินไม่เข้าเป็นรอบชัด มักส่งผลต่อการประเมินมากกว่าคนที่รายได้ต่ำกว่าแต่เงินเข้าบัญชีสม่ำเสมอ
แม้เราจะไม่ลงรายละเอียดถึงชื่อธนาคาร แต่แนวคิดกว้าง ๆ คือ:
บางธนาคารเน้น พนักงานเงินเดือน / กลุ่มอาชีพมั่นคง
บางธนาคารเน้น SME / ผู้ประกอบการ / พ่อค้าแม่ค้า
บางผู้ให้กู้เน้น สินเชื่อเงินด่วน / สินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว สำหรับคนที่มีบัญชีเงินเดือนกับเขา
สิ่งที่เราควรทำคือ
ดูว่าธนาคาร/ผู้ให้กู้รายนั้น “เน้นกลุ่มไหน” จากโฆษณาและผลิตภัณฑ์
เทียบกับตัวเรา ว่า เราเข้าใกล้กลุ่มเป้าหมายเขาแค่ไหน
ถ้าเข้าใกล้มาก โอกาสที่เขาจะมองว่าเรา “อนุมัติง่าย” ก็สูงกว่าการสุ่มยื่น
ไม่ว่าธนาคารไหนก็ตาม เอกสารที่ครบและชัด จะทำให้การพิจารณาง่ายและเร็วขึ้นมาก
บัตรประชาชน
ทะเบียนบ้าน
พนักงานประจำ: สลิปเงินเดือน 3–6 เดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน, Statement บัญชีเงินเดือน
อาชีพอิสระ/ฟรีแลนซ์: สัญญาจ้างงาน, ใบเสร็จรับเงิน, ภาพรวมยอดรายได้รายเดือน, Statement ที่มีเงินเข้าออกสม่ำเสมอ
พ่อค้าแม่ค้า/เจ้าของกิจการ: รายงานยอดขาย, บัญชีรายรับ–รายจ่าย, Statement บัญชีธุรกิจ
โฉนดที่ดิน / บ้าน / อาคารพาณิชย์
เล่มทะเบียนรถ ถ้าต้องการใช้เป็นหลักประกัน
รายการหนี้ทั้งหมด: บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล, ผ่อนของ ฯลฯ
ยอดผ่อนต่อเดือนของแต่ละก้อน
การจัดข้อมูลแบบนี้ไม่ใช่แค่ช่วยธนาคารดูง่ายขึ้น แต่ยังช่วยให้เรามองเห็นตัวเองชัดด้วย ว่าจริง ๆ แล้วควรยื่นกู้เพิ่มไหม หรือควรจัดการหนี้เดิมก่อน ตามแนวคิดใน สินเชื่อไม่เช็คภาระหนี้ และ สินเชื่ออนุมัติง่าย
หลายคนคิดว่า “ยื่นหลายที่ = เพิ่มโอกาสผ่าน” ซึ่งจริงในระดับหนึ่ง แต่ถ้าทำไม่เป็น ก็อาจกลายเป็นผลเสียได้
เคสที่ผมเจอซ้ำ ๆ คือ ผู้กู้ที่ถูกปฏิเสธจากหลายธนาคารในช่วงเวลาใกล้กัน ไม่ได้แพ้เพราะรายได้ต่ำ แต่แพ้เพราะโปรไฟล์ถูกมองว่า “กำลังเร่งหาเงิน” จากจำนวนการยื่นและการเช็คข้อมูลถี่เกินไป ทั้งที่หากเลือกยื่นให้ตรงกลุ่มตั้งแต่แรก โอกาสผ่านจะสูงกว่ามาก
ทุกครั้งที่คุณยื่นกู้ ธนาคารมีสิทธิ์เช็คเครดิตบูโร
การเช็คบ่อย ๆ ในช่วงเวลาใกล้กัน อาจทำให้ภาพลักษณ์ดูเหมือน “กำลังวิ่งหาเงินทุกทาง” ซึ่งบางสถาบันอาจมองเป็นความเสี่ยง
ถ้ายื่นพร้อมกันทุกเจ้าที่มี โดยไม่มีการคัดกรอง โปรไฟล์เราอาจไปเจอกับผลิตภัณฑ์ที่ “ไม่ตรงกลุ่มเป้าหมาย” เลย เสียทั้งเวลาและประวัติการถูกปฏิเสธ
เลือก 1–3 แห่งที่ “เข้าทางโปรไฟล์เรา” จริง ๆ ตามแนวคิดบทนี้และบท สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย อาชีพอิสระ, สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า
เว้นระยะเวลาการยื่น ไม่จำเป็นต้องกดทุกที่ในสัปดาห์เดียว
ถ้าถูกปฏิเสธจากหลายที่ ให้ “ถอยกลับมาประเมินตนเอง” ผ่านแนวคิดใน สินเชื่ออนุมัติง่าย, สินเชื่อไม่เช็คภาระหนี้, สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร, แทนที่จะพยายามยื่นเพิ่มแบบไม่จบสิ้น
มุมมองทั้งหมดในบทความนี้ไม่ได้มาจากการเปรียบเทียบโฆษณาของธนาคาร แต่เกิดจากรูปแบบผลลัพธ์ที่พบซ้ำในการยื่นสินเชื่อจริง ซึ่งช่วยให้เห็นว่า “ความง่ายหรือยาก” ไม่ได้ขึ้นกับชื่อธนาคารเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นกับการเตรียมตัวและโครงสร้างข้อมูลของผู้กู้เป็นหลัก
ไม่มีธนาคารไหน “ง่ายสำหรับทุกคน” แต่มีธนาคารและผลิตภัณฑ์ที่ “เหมาะกับโปรไฟล์บางแบบเป็นพิเศษ”
ถ้าเราเข้าใจเกณฑ์ 3 เรื่องใหญ่ (รายได้–ภาระหนี้–ประวัติเครดิต) และรู้ว่าตัวเองอยู่จุดไหน โอกาสจะเพิ่มขึ้นมากกว่าการถามแค่ว่า “ที่ไหนง่ายสุด”
การเลือกธนาคารควรมองจาก “เขาออกแบบผลิตภัณฑ์มาเพื่อใคร” แล้วถามตัวเองว่า “เราใกล้เคียงกลุ่มนั้นแค่ไหน”
การเตรียมเอกสารให้ครบ จัดการหนี้เดิมให้สมเหตุสมผล และสร้างประวัติการชำระที่ดีต่อเนื่อง จะทำให้คำว่า สินเชื่ออนุมัติง่าย และ สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย2569 กลายเป็นเรื่องที่เป็นไปได้จริงมากขึ้น
ต่อจากบทนี้ อยากโฟกัสกลุ่มอาชีพอิสระโดยเฉพาะ แนะนำให้ไปต่อที่บท สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย อาชีพอิสระ
แต่ถ้าอยากเน้นมุม “จัดโปรไฟล์ให้ผ่านง่ายโดยรวม” อาจย้อนกลับไปทบทวน สินเชื่ออนุมัติง่าย และ สินเชื่ออนุมัติง่าย ไม่เช็คภาระหนี้ ร่วมด้วย จะช่วยให้แผนการขอสินเชื่อรอบต่อไปมีทิศทางชัดเจนและมีโอกาสสำเร็จสูงขึ้นมากครับ 🙌