สำหรับธุรกิจจำนวนมาก จุดเปลี่ยนสำคัญของการเติบโตไม่ได้อยู่ที่การหาลูกค้าเพิ่มเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ พื้นที่และกำลังการผลิตไม่เพียงพอ ต่อการรองรับงานที่มีอยู่แล้ว
สถานการณ์ที่เจ้าของกิจการ SME มักพบ เช่น
สต๊อกสินค้าเต็มพื้นที่โกดัง ไม่สามารถรับออเดอร์ล็อตใหม่ได้
โรงงานหรือโกดังที่เช่าอยู่เริ่มไม่ตอบโจทย์ด้านพื้นที่ การขนส่ง หรือภาพลักษณ์ธุรกิจ
ค่าเช่าปรับเพิ่มขึ้นทุกปี แต่ไม่ก่อให้เกิดสินทรัพย์ของกิจการในระยะยาว
ด้วยเหตุนี้ เจ้าของกิจการจำนวนมากจึงเริ่มพิจารณา การกู้สร้างโรงงานหรือกู้สร้างโกดัง ของตนเอง ผ่านรูปแบบ สินเชื่อ SME หรือสินเชื่อธุรกิจ SME
อย่างไรก็ตาม เมื่อเริ่มค้นหาข้อมูล มักพบเงื่อนไขและคำศัพท์ด้านสินเชื่อจำนวนมาก จนไม่แน่ใจว่าจะเริ่มต้นอย่างไร
บทความนี้จะช่วยอธิบายภาพรวมอย่างเป็นระบบว่า
เมื่อใดควรเริ่มพิจารณาสร้างโรงงานหรือโกดังเอง
สินเชื่อ SME ที่ใช้สำหรับก่อสร้างโรงงานและโกดังมีรูปแบบใดบ้าง
ธนาคารและสถาบันการเงินใช้เงื่อนไขใดในการพิจารณาอนุมัติ
ต้องเตรียมเอกสารอะไร และมีความเสี่ยงใดที่ต้องบริหารในช่วงก่อสร้าง
วางโครงสร้างเงินกู้อย่างไรไม่ให้กลายเป็นภาระระยะยาวของธุรกิจ
เพื่อให้เห็นภาพโครงสร้าง สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ทั้งระบบ แนะนำให้อ่านควบคู่กับบทความ
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME คืออะไร? คู่มือฉบับเจ้าของกิจการ และ
สินเชื่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อขยายกำลังการผลิต
เพื่อเข้าใจการจัดเงินกู้ฝั่ง “อาคาร” และ “เครื่องจักร” ไปพร้อมกัน
การสร้างโรงงานหรือโกดังไม่ใช่เพียงการย้ายสถานที่ แต่เป็น การลงทุนระยะยาวที่ผูกอนาคตของธุรกิจหลายปี
คำถามสำคัญที่ควรถามก่อนคือ
“ธุรกิจของเราจำเป็นต้องมีโรงงานหรือโกดังของตัวเองจริง ๆ หรือเป็นเพียงความไม่สะดวกชั่วคราว?”
พื้นที่ปัจจุบันไม่เพียงพอ และการเช่าต่อไม่คุ้มค่าในระยะยาว
ต้องเช่าหลายสถานที่ ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์สูง
ยอดขายและกำลังการผลิตเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงงานใหญ่ครั้งเดียว
มีฐานลูกค้าประจำหรือออเดอร์สม่ำเสมอ
แผนธุรกิจ 5–10 ปียังต้องใช้โรงงานหรือโกดังลักษณะเดิม
เมื่อคำนวณค่าเช่าระยะยาว พบว่าใกล้เคียงกับค่างวดผ่อนโรงงานของตนเอง
หากตรงหลายข้อ การพิจารณา สินเชื่อ SME เพื่อสร้างโรงงานหรือโกดัง จะเริ่มมีเหตุผลเชิงธุรกิจมากขึ้น
แม้จะเรียกรวมว่า “กู้สร้างโรงงาน” แต่ในทางปฏิบัติ สินเชื่อ SME สามารถแบ่งโครงสร้างหลักได้ดังนี้
ลักษณะสำคัญ
ใช้ซื้อที่ดินและ/หรือก่อสร้างโรงงานหรือโกดัง
ธนาคารปล่อยเงินกู้เป็นงวดตามความคืบหน้าการก่อสร้าง
ระยะเวลาผ่อนชำระประมาณ 5–15 ปี
เหมาะกับ
ธุรกิจที่ต้องการเป็นเจ้าของที่ดินและอาคาร
โครงการที่มีแบบก่อสร้างและผู้รับเหมาชัดเจน
เหมาะสำหรับธุรกิจที่
มีโรงงานหรือโกดังอยู่แล้ว
ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ให้เหมาะสมขึ้น
ขอวงเงินเพิ่มเพื่อปรับปรุงหรือขยายอาคาร
กรณีลงทุนครบทั้งระบบ เช่น
ซื้อที่ดิน
สร้างโรงงาน
ลงทุนเครื่องจักรใหม่
จุดสำคัญคือ ต้องจับคู่ “ประเภทเงินกู้” ให้เหมาะกับ “อายุการใช้งานของทรัพย์สิน”
เรื่องนี้จะอธิบายแบบละเอียดในบทความ เงินทุนระยะสั้น vs ระยะยาว สำหรับธุรกิจ SME และ เลือกใช้ OD หรือ Term loan สำหรับเงินทุนหมุนเวียนธุรกิจ
ต่างจากการขอสินเชื่อหมุนเวียน ธนาคารจะมองโครงการสร้างโรงงาน/โกดังเป็น “โปรเจ็กต์ใหญ่” ที่ต้องประเมินหลายมุมมากขึ้น โดยปัจจัยที่มักใช้ดู เช่น
ที่ดินเป็นของกิจการหรือของผู้ถือหุ้นรายใดรายหนึ่ง
สถานะเอกสารถูกต้องหรือไม่ (โฉนด น.ส.3 ก ฯลฯ)
ทำเลอยู่ในโซนอุตสาหกรรม/พื้นที่ที่กฎหมายและผังเมืองอนุญาตให้สร้างโรงงานหรือโกดังได้หรือเปล่า
การเข้าถึงถนนหลัก ทางโลจิสติกส์ และสาธารณูปโภค
ที่ดินที่เอกสารชัด ทำเลเหมาะ จะช่วยให้มูลค่าประเมินสูงขึ้น ทำให้ “วงเงินกู้เทียบกับมูลค่าหลักประกัน (LTV)” ดูน่าสนใจสำหรับธนาคารมากขึ้น
ธนาคารจะไม่ปล่อยกู้จากคำพูดประมาณว่า “จะสร้างโกดังประมาณ 1,000 ตร.ม.” แต่ต้องการเห็นเอกสาร เช่น
แบบสถาปัตย์/วิศวกรรมหลัก ๆ
รายการคำนวณวัสดุและงบประมาณ (BOQ) จากวิศวกร/ผู้รับเหมา
ระยะเวลาโครงการก่อสร้างโดยประมาณ
สิ่งที่เขาอยากเห็นคือ
งบประมาณสมเหตุสมผล ไม่ต่ำหรือสูงจนผิดปกติ
โอกาสที่งานจะ “บานปลาย” ต่ำ เพราะมีการวางแผนร่วมกับมืออาชีพแล้ว
ยอดขายย้อนหลัง 2–3 ปี (ถ้ามี)
แนวโน้มธุรกิจ (เติบโต, ทรงตัว, หรือถดถอย)
กลุ่มลูกค้าหลักและสัญญาระยะยาว (ถ้ามี)
ความสามารถในการสร้างกระแสเงินสดมาจ่ายหนี้ระยะยาว
ในจุดนี้ บทความชุดอื่นอย่าง สินเชื่อ SME คืออะไร? ต่างจากสินเชื่อบุคคลอย่างไร และ สินเชื่อ SME เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเตรียมอะไรบ้าง ที่พูดถึงการเตรียมเอกสารและสเตทเม้นต์ จะช่วยเสริมภาพด้วย
สำหรับโครงการก่อสร้างโรงงาน/โกดัง ธนาคารมักให้ความสำคัญกับ
“ค่างวดต่อเดือน” เทียบกับ “กระแสเงินสดจากธุรกิจ”
ตัวเลขอย่าง DSCR (Debt Service Coverage Ratio) ว่ามีกระแสเงินสดพอจ่ายหนี้ได้กี่เท่า
แม้ SME ไม่จำเป็นต้องรู้สูตร DSCR ละเอียด ขอแค่เข้าใจหลักง่าย ๆ ว่า
ถ้าค่างวดผ่อนโรงงาน+หนี้อื่น ๆ รวมกัน “กินกำไรเกือบทั้งหมด” ธนาคารจะมองว่าเสี่ยงมาก
การมีเงินสำรองและกำไรเหลือพอจะลงทุนส่วนอื่นบ้าง เป็นสัญญาณที่ดี
โครงการก่อสร้างที่ดีในสายตาธนาคารคือ
เจ้าของ “ลงเนื้อ” ตัวเองส่วนหนึ่ง + ใช้เงินกู้ส่วนหนึ่ง
โดยทั่วไป วงเงินกู้มักอยู่แถว ๆ 60–80% ของมูลค่าโครงการ (ตัวเลขจริงขึ้นกับธนาคารและโปรไฟล์ของธุรกิจ)
ส่วนที่เหลือต้องใช้ทุนตัวเอง ทั้งในรูปเงินซื้อที่ดินเดิม หรือเงินดาวน์/ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ
นอกจากเอกสารกู้สินเชื่อธุรกิจทั่วไป (งบการเงิน, สเตทเม้นต์, เอกสารจดทะเบียน ฯลฯ) โครงการสร้างโรงงานจะใช้เอกสารเพิ่มเติม เช่น
โฉนดที่ดิน + แผนที่ภาคพื้น (ถ้ามี)
แบบก่อสร้างเบื้องต้น (สถาปัตย์/วิศวกรรม)
BOQ หรือรายการประมาณการค่าก่อสร้าง
สัญญาว่าจ้างผู้รับเหมาก่อสร้าง (ถ้าเซ็นแล้ว) หรือใบเสนอราคาจากผู้รับเหมา
เอกสารเกี่ยวกับใบอนุญาตก่อสร้าง/โรงงาน (เช่น ร.ง.4 สำหรับกิจการประเภทที่ต้องขอ) หรือแผนการยื่นขออนุญาต
เตรียมให้ครบตั้งแต่ต้น จะช่วยให้กระบวนการพิจารณา “ไหลลื่น” กว่า ต้องวิ่งตามเก็บเอกสารทีละชิ้นกลางทาง
ช่วง “กำลังก่อสร้าง” เป็นช่วงที่เหนื่อยและเสี่ยงที่สุด เพราะ
เงินไหลออก แต่โรงงาน/โกดังยังสร้างรายได้ไม่ได้เต็มที่
ถ้าโครงการดีเลย์ ต้นทุนดอกเบี้ยและค่าใช้จ่ายอื่นจะบานไปเรื่อย ๆ
ความเสี่ยงที่พบได้บ่อย เช่น
งบก่อสร้างบานปลาย
ราคาวัสดุขึ้น
งานเพิ่ม, งานแก้, หรือเปลี่ยนแบบกลางทาง
ผู้รับเหมาประเมินงบต่ำไปตั้งแต่ต้น
โครงการล่าช้ากว่ากำหนด
ฝนตก/สภาพอากาศ
แรงงานไม่พอ หรือผู้รับเหมาบริหารโครงการไม่ดี
รออนุญาตจากหน่วยงานรัฐ
กระแสเงินสดของธุรกิจตึง
ลืมกันเงินสำรองไว้พอ
รับงานใหญ่เพิ่มช่วงก่อสร้าง แต่ทุนหมุนไม่พอ ทำให้งานเดิมก็ลำบาก โครงการใหม่ก็เครียด
ทางแก้คือ
เผื่อเงินสำรองทั้งสำหรับ “โครงการก่อสร้าง” และ “การดำเนินธุรกิจปกติ” อย่างน้อย 3–6 เดือน
วางแผนวงเงินหมุนเวียน เช่น วงเงิน OD หรือสินเชื่อหมุนเวียน ให้พอรองรับช่วงเปลี่ยนผ่าน (แต่ต้องใช้แบบมีวินัย)
รายละเอียดการใช้ OD อย่างปลอดภัยแนะนำให้อ่านต่อในบทความ วงเงิน OD คืออะไร ใช้อย่างไรให้ธุรกิจไม่จมดอกเบี้ย
ธุรกิจเติบโตต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงช่วงสั้น
มีเหตุผลทางธุรกิจชัดเจนในการลงทุน
ประเมินแล้วว่าสินเชื่อ SME ที่ขอ ยังอยู่ในระดับที่ผ่อนไหว
มีเงินสำรองรองรับความเสี่ยง
ถ้าส่วนใหญ่ติ๊กได้ครบ แปลว่าคุณเริ่มเข้าใกล้จุดที่พร้อมจะคุยเรื่อง สินเชื่อสร้างโรงงาน หรือ สินเชื่อสร้างโกดังสำหรับ SME อย่างจริงจังแล้ว
การ กู้สร้างโรงงานและโกดังสำหรับ SME เป็นก้าวใหญ่ของธุรกิจ เพราะเกี่ยวข้องกับ
เงินลงทุนก้อนใหญ่
ภาระหนี้ระยะยาว
ความสามารถในการบริหารโครงการก่อสร้างและการดำเนินงานควบคู่กัน
ถ้าคิดและวางแผนดี
โรงงาน/โกดังจะกลายเป็น “ฐานผลิตและฐานโลจิสติกส์” ที่ทำให้ธุรกิจโตได้อีกหลายเท่า
สินเชื่อจะเป็น “คันโยกขยายกิจการ” มากกว่าเป็นภาระถ่วง
แต่ถ้าข้ามขั้น ไม่ประเมินความเสี่ยงและความสามารถในการผ่อนให้ดี ก็อาจกลายเป็นภาระที่ทำให้ทั้งเจ้าของและธุรกิจเหนื่อยล้าไปอีกหลายปี
กำลังวางแผนสร้างโรงงานหรือโกดัง แต่ยังไม่แน่ใจว่าเงื่อนไขสินเชื่อจะเป็นอย่างไร?
คุณสามารถส่งข้อมูลเบื้องต้น เช่น
ประเภทธุรกิจและสินค้าที่ผลิต/เก็บ
ยอดขายปัจจุบัน และเป้าหมายใน 3–5 ปี
ทำเล/ที่ดินที่เล็งไว้ และงบประมาณก่อสร้างคร่าว ๆ
เพื่อให้ทีมที่ปรึกษาช่วย
ประเมินโครงสร้างสินเชื่อที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ช่วยเช็กลิสต์เอกสารที่ควรเตรียมก่อนคุยกับสถาบันการเงิน
ชี้จุดเสี่ยงที่ควรระวังระหว่างออกแบบโครงการและช่วงก่อสร้าง