เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 17 มกราคม 2569
เจ้าของกิจการจำนวนมากมีคำถามคล้ายกันเสมอเมื่อพูดถึง สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ทำไมธุรกิจคล้ายกัน แต่ของเราสมัครไม่ผ่าน ของคนอื่นกลับผ่าน , คสมบัติของนักธุรกิจ SMEs ที่ธนาคารมองว่าไว้ใจได้ต้องเป็นแบบไหน? , สุดท้ายแล้วธนาคารมอง ‘ตัวเลข’ อย่างเดียว หรือมอง ‘คน’ ด้วย?
เวลาเราพูดถึง สินเชื่อ sme ไม่มี หลักทรัพย์ ในปี 2569 สิ่งที่ธนาคารต้องใช้ตัดสินใจไม่ใช่แค่ยอดขายหรือกำไร แต่คือภาพรวมทั้งหมดของ “โปรไฟล์ผู้กู้” ทั้งตัวธุรกิจและคนที่ยืนอยู่หลังธุรกิจนั้น
บทความนี้จะพาเปิดมุมมองว่า
โปรไฟล์แบบไหนที่ธนาคาร “ชอบ” และรู้สึกสบายใจจะปล่อยสินเชื่อ
พวกเขาดูอะไรจากวินัยการเงินและการเดินบัญชี
ธุรกิจลักษณะไหนที่เข้าทางเกณฑ์สินเชื่อไม่มีหลักประกัน
เอกสารและการเล่าเรื่องธุรกิจแบบไหนที่ช่วยให้คะแนนในสายตาธนาคารดีขึ้น
ถ้าตอนนี้โปรไฟล์ยังไม่พร้อม ต้องใช้เวลา 6–12 เดือนปรับอะไรบ้าง
ถ้าอยากเห็นภาพรวมของตัวผลิตภัณฑ์สินเชื่อ แนะนำให้ต่อไปอ่านหน้าแม่อย่าง สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน แล้วค่อยกลับมาโฟกัสเรื่อง “โปรไฟล์ผู้กู้” ในหน้านี้ จะช่วยให้เห็นภาพทั้งคนและตัวสินเชื่อชัดขึ้นมาก
จากมุมธนาคาร การปล่อย สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ไม่ใช่เรื่อง “อยากปล่อยหรือไม่อยากปล่อย” แต่คือการเลือกปล่อยเงินให้กับธุรกิจที่มีโอกาสชำระคืนได้จริง
โปรไฟล์ที่ธนาคารมักให้คะแนนดี จะมีลักษณะร่วมกันดังนี้
ธุรกิจมีตัวตนจริง – เปิดดำเนินการมาสักระยะหนึ่ง
รายได้เข้า–ออกบัญชีชัดเจน – มีเงินหมุนเวียนให้เห็นในระบบธนาคาร ไม่ใช่เงินสดล้วน ๆ
มีวินัยการเงินส่วนตัวพอสมควร – เครดิตบูโรไม่มีรอยใหญ่ ๆ หรือถ้ามีก็เห็นได้ว่ากำลังปรับดีขึ้น
เอกสารธุรกิจเล่าเรื่องเดียวกัน ไม่ขัดแย้งกัน – งบการเงิน ภาษี สเตทเมนต์ หยิบมาดูแล้ว “เล่าเรื่องเดียวกัน”
เล่าเรื่องธุรกิจได้เป็นระบบ – ทำให้เจ้าหน้าที่เข้าใจว่าเงินกู้ที่ขอจะเอาไปทำอะไร แล้วรายได้จากตรงนั้นจะกลับมาจ่ายหนี้อย่างไร
สรุปง่าย ๆ คือ
ธนาคารไม่ได้มองหาคนที่ “รวยมาก” เท่านั้น
แต่กำลังมองหา คนที่บริหารธุรกิจและหนี้สินได้จริง
คำถามที่เจ้าของกิจการหลายคนอยากรู้คือ
“ต้องเดินบัญชียังไงให้ธนาคารเชื่อ?”
จากมุมของเจ้าหน้าที่สินเชื่อ สิ่งที่สะท้อน “วินัยการเงิน” ได้ชัดมากคือ
มีเงินโอนเข้าจากลูกค้าต่อเนื่องทุกเดือน (แม้ตัวเลขไม่ต้องสูงมาก แต่ “สม่ำเสมอ”)
ไม่ใช่บัญชีที่ว่างยาว ๆ แล้วจู่ ๆ มีเงินเข้าออกก้อนใหญ่ก่อนยื่นกู้
เงินเข้า–ออกพอจะเชื่อมโยงกับรูปแบบธุรกิจที่เล่าให้ฟังได้
ถ้าธุรกิจรับเงินสดเยอะ ก็เริ่ม “ดึงเข้าระบบ” มากขึ้น เช่น ให้ลูกค้าโอนแทนจ่ายสด หรือทยอยฝากเข้าบัญชีธุรกิจอย่างมีแบบแผน
แม้จะเป็นสินเชื่อธุรกิจ แต่สำหรับ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เครดิตของเจ้าของกิจการก็สำคัญมาก ธนาคารจะดูว่า
จ่ายหนี้เดิมตรงเวลาหรืออย่างน้อยก็ไม่ได้ค้างแบบรุนแรง
ไม่ใช้บัตรเครดิต/สินเชื่อส่วนบุคคลจนเต็มวงเงินทุกใบตลอดเวลา
ไม่มีประวัติ “หนีหนี้” หรือปิดบัญชีแบบเสียหาย
พูดง่าย ๆ คือ ถ้าคุณเป็นคนมีวินัยเรื่องหนี้ส่วนตัว ธนาคารจะเชื่อมากขึ้นว่า “คุณจะไม่ปล่อยให้หนี้ธุรกิจพัง” เช่นกัน
ใครที่รู้สึกว่าตัวเองยังมีประเด็นตรงนี้ ลองไปดูบทความแนววางแผนอย่าง ขอสินเชื่อไม่ผ่านแล้วทำยังไงดี? วางแผน 6–12 เดือนเพื่อยื่นสินเชื่อไม่ใช้หลักประกันรอบสอง เพื่อดูว่าควรแก้จากจุดไหนก่อน
ในคำถามแนว “คุณสมบัติของนักธุรกิจ SMEs มีอะไรบ้าง” ถ้ามองมุมธนาคารจริง ๆ เขาจะดูทั้ง “คน” และ “ธุรกิจ” ไปพร้อมกัน โดยด้านธุรกิจจะดูประมาณนี้
ถ้าธุรกิจเพิ่งเริ่มต้นจริง ๆ เพิ่งเปิดไม่กี่เดือน โอกาสหาแหล่งเงินทุนไม่มีหลักทรัพย์ ยังน้อย
ถ้ามีเวลาเปิดดำเนินการอย่างน้อย 1–2 ปีขึ้นไป และมีสเตทเมนต์ให้ดูย้อนหลัง ธนาคารจะรู้สึกมั่นใจขึ้นมาก
ธุรกิจที่มีรายได้สม่ำเสมอ เช่น บริการรายเดือน ร้านแฟรนไชส์ ร้านค้าปลีกที่ยอดขายนิ่ง จะเล่าเรื่องได้ง่าย
ธุรกิจที่มีงานเป็นโปรเจกต์ เช่น ผู้รับเหมา, งานโครงการ สามารถใช้ใบสั่งซื้อ (PO), สัญญาจ้าง, ใบแจ้งหนี้ มาช่วยเล่าเรื่องรายได้ในอนาคต
ธนาคารไม่ได้ปิดรับธุรกิจที่มีรายได้ไม่สม่ำเสมอ แต่จะอยากเห็นหลักฐานมากขึ้นว่า “รายได้นั้นเป็นของจริง”
อีกจุดที่สำคัญคือ วงเงินที่ขอกับขนาดธุรกิจไปด้วยกันได้ไหม
ถ้ายอดขายทั้งปีประมาณ 3–5 ล้านบาท แต่ขอสินเชื่อก้อนใหญ่ระดับเกือบเท่ายอดขายทั้งปี ก็อาจดูหนักไป
ถ้ายอดขาย 10–20 ล้านบาทต่อปี มีประวัติเดินบัญชีดี การขอวงเงินเพื่อขยายกำลังผลิตหรือเพิ่มสาขา จะดู make sense กว่า
รายละเอียดเรื่อง “SME ต้องมีรายได้เท่าไร” และ “ระดับยอดขายต่าง ๆ ควรคิดเรื่องวงเงินยังไง” ไปดูต่อในบทความ เกณฑ์ที่ธนาคารใช้อนุมัติ: DSCR กระแสเงินสด และเครดิต จะช่วยให้คุมภาพรวมไม่ให้กู้เกินตัว
มีเจ้าของกิจการจำนวนไม่น้อยที่ “ทำธุรกิจเก่ง แต่เล่าเรื่องไม่เก่ง” ทำให้ธนาคารมองไม่เห็นศักยภาพจริงของกิจการ
สำหรับการขอ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เอกสารที่มักถูกขอมีเช่น
หนังสือรับรองนิติบุคคล (ถ้าเป็นบริษัท/หจก.)
งบการเงินย้อนหลัง 1–3 ปี (ถ้ามี)
รายงานภาษีที่เกี่ยวข้อง เช่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด. ฯลฯ
สเตทเมนต์บัญชีธนาคารย้อนหลัง 6–12 เดือน
สัญญาเช่าที่ตั้งร้าน/สำนักงาน
สัญญากับลูกค้ารายใหญ่ หรือใบเสนอราคา/ใบสั่งซื้อสำคัญ
ยิ่งคุณหยิบเอกสารเหล่านี้ได้รวดเร็วและครบถ้วนเท่าไร ธนาคารยิ่งรู้สึกว่า
“เจ้าของธุรกิจคนนี้จัดการธุรกิจเป็นระบบ และให้ความสำคัญกับเรื่องการเงิน”
ลองเตรียม “เรื่องเล่า” ของธุรกิจให้ชัดเจนในหัวก่อนคุยกับธนาคาร เช่น
ธุรกิจเริ่มต้นยังไง เติบโตมาได้อย่างไร
ลูกค้าหลักเป็นใคร รายได้มาจากกี่ช่องทาง
จุดแข็งของธุรกิจคืออะไร แข่งกับคนอื่นด้วยอะไร
เงินก้อนนี้จะเอาไปใช้ทำอะไร แล้วจะสร้างรายได้กลับมายังไง
การเล่าแบบนี้ ทำให้ธนาคารรู้ว่า
คุณไม่ได้มองสินเชื่อเป็นแค่ “เงินมาอุดรูรั่ว”
แต่ใช้เป็น “เครื่องมือพาธุรกิจโต”
และช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถ “นำเรื่องราวของคุณไปเล่าต่อในที่ประชุมอนุมัติวงเงิน” ได้ง่ายขึ้นด้วย
ข่าวดีคือ โปรไฟล์ผู้กู้ไม่ใช่สิ่งที่เปลี่ยนไม่ได้ ตรงกันข้าม หลายธุรกิจใช้เวลา 6–12 เดือนในการ “รีเซ็ตภาพลักษณ์ทางการเงิน” แล้วกลับมายื่นกู้ใหม่ด้วยโปรไฟล์ที่แข็งแรงกว่าเดิม
เช็กเครดิตบูโร – ดูว่าต้องเคลียร์หนี้ไหนก่อน
รวบรวมข้อมูลหนี้ทั้งหมด และประมาณ DSCR คร่าว ๆ
เริ่มแยกบัญชีส่วนตัว–บัญชีธุรกิจอย่างจริงจัง
ดึงรายได้เข้าบัญชีให้มากขึ้น ลดการรับเงินสดล้วน ๆ
แนวทางละเอียดอ่านต่อได้ที่ เตรียมตัว 0–7–30–90 วัน ให้สินเชื่ออนุมัติง่าย
รักษาแพทเทิร์นการเดินบัญชีให้สม่ำเสมอ
ลดการโอนเงินไป–มาแบบดูเหมือนหมุนเงิน
เริ่มคุยกับนักบัญชีให้ตัวเลขในงบการเงินสะท้อนความจริงมากขึ้น
ในช่วงนี้ ธนาคารจะเริ่มเห็นว่า “ธุรกิจไม่ได้เดินแบบเดิมอีกต่อไป”
ปิดหนี้เล็ก ๆ ที่ดอกสูงแต่ไม่ได้จำเป็นต่อธุรกิจ
ถ้าเหมาะสม อาจคุยเรื่องรีไฟแนนซ์รวมหนี้บางก้อนไปดอกต่ำลง
วางแผนวงเงินที่จะขอกู้ใหม่ไม่ให้เกินตัว
เมื่อครบประมาณ 12 เดือน คุณจะมี
ประวัติเดินบัญชีที่สวยขึ้น
งบและภาษีที่ดูแข็งแรงขึ้น
DSCR ที่ดีขึ้นจากการจัดการหนี้เดิม
ทั้งหมดนี้ทำให้โปรไฟล์ผู้กู้ของคุณ “เปลี่ยนหน้า” จากรอบแรกไปแบบคนละระดับ
ท้ายที่สุดแล้ว โปรไฟล์ผู้กู้ที่ธนาคารชอบ ไม่ใช่เรื่องโชคชะตา แต่คือผลรวมของ 3 เรื่องสำคัญ
วินัยการเงินและการเดินบัญชี – ทั้งในระดับธุรกิจและส่วนตัว
ลักษณะธุรกิจและโครงสร้างรายได้ – เข้าใจตัวเองว่าธุรกิจอยู่ระดับไหน ขอวงเงินแบบไหนถึงจะเหมาะ
เอกสารและการเล่าเรื่องธุรกิจ – ทำให้เจ้าหน้าที่เห็นว่าเงินกู้จะถูกใช้สร้างรายได้ ไม่ใช่กลบปัญหาเฉพาะหน้า
ถ้าตอนนี้คุณรู้สึกว่า “โปรไฟล์ยังไม่ใช่” ไม่จำเป็นต้องรีบยื่นซ้ำซ้อนหลายที่ให้เครดิตเสียไปเรื่อย ๆ แต่สามารถใช้เวลา 6–12 เดือนข้างหน้าในการ
จัดระเบียบบัญชี
ฟื้นเครดิต
วางโครงสร้างหนี้
ทำให้ตัวเลขในระบบสะท้อนศักยภาพจริงของกิจการ
จากนั้นค่อยกลับมาใช้ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน เป็นเครื่องมือขยายธุรกิจอย่างมั่นใจยิ่งขึ้น
และถ้าอยากต่อภาพให้ครบ แนะนำให้อ่านต่อในชุดบทความที่เกี่ยวข้อง เช่น
สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันคืออะไร เหมาะกับธุรกิจแบบไหน
เกณฑ์ที่ธนาคารใช้อนุมัติ: DSCR กระแสเงินสด และเครดิต
เตรียมตัว 0–7–30–90 วัน ให้สินเชื่ออนุมัติง่าย
เพื่อใช้เป็นคู่มือปรับโปรไฟล์ของคุณ ให้เข้าใกล้ภาพ “ผู้กู้ที่ธนาคารอยากปล่อยเงินให้” มากขึ้นในทุก ๆ เดือนครับ