เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 21 มกราคม 2569
พ่อค้าแม่ค้าที่มี ร้านค้าหน้าร้าน เช่น ร้านขายของชำ มินิมาร์ท คาเฟ่ ร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านชานม หรือร้านเบ็ดเตล็ดในชุมชน มักมีเป้าหมายใกล้เคียงกัน ได้แก่ เพิ่มสินค้าในร้าน ปรับปรุงหน้าร้าน และขยายกำลังขาย แต่ข้อจำกัดสำคัญคือ “เงินทุนหมุนเวียนไม่พอในจังหวะที่ต้องใช้”
บทความนี้จัดทำเพื่ออธิบายภาพรวม สินเชื่อร้านค้า และ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า สำหรับ “ร้านค้าหน้าร้าน” โดยเฉพาะ (ไม่รวมแม่ค้าออนไลน์หรือขายผ่านแพลตฟอร์ม) พร้อมแนวทางประเมินความเหมาะสมก่อนยื่นกู้จริง และแนวทางเชื่อมอ่านต่อไปยังหน้า:
หมายเหตุด้านข้อมูล: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลเชิงความรู้ ไม่ใช่คำแนะนำทางการเงินเฉพาะราย เงื่อนไข/อัตราดอกเบี้ยขึ้นกับสถาบันการเงินและโปรไฟล์ผู้กู้
ก่อนเลือก สินเชื่อร้านค้า ควรเข้าใจว่า “รายได้หน้าร้าน” มักมีรูปแบบที่ธนาคาร/ผู้ให้สินเชื่อ “เห็นชัด” และ “เห็นไม่ชัด” ต่างกัน
ร้านค้าส่วนใหญ่มีรายได้จาก
เงินสดหน้าร้าน
โอน/QR/พร้อมเพย์
ลูกหนี้เชื่อในชุมชน (สมุดค้างชำระ)
การประเมินสินเชื่อมักอ้างอิง ยอดเงินเข้าในบัญชี และเอกสารยืนยันรายได้เป็นหลัก ดังนั้น “เงินสดที่ไม่ฝากเข้าบัญชี” มักสะท้อนในเอกสารได้น้อยกว่าความเป็นจริง
เช่น
หน้าสิ้นเดือนขายดี
ช่วงเทศกาลยอดพุ่ง
บางหน้าฝนคนออกจากบ้านน้อย รายได้ก็ตก
ถ้าเอาสเตทเมนต์ทั้งปีมาดู
คนอนุมัติเขาก็จะดูว่า “โดยรวมแล้วเฉลี่ยต่อเดือนเท่าไหร่ และมีช่วงหล่นแรงไหม”
ของบางอย่างขายเอา “จำนวน–หมุนไว แต่มาร์จิ้นน้อย”
ของบางอย่าง “มาร์จิ้นดี แต่ขายไม่ถี่”
พอจะขอ สินเชื่อร้านค้า
สิ่งที่เจ้าหน้าที่อยากรู้คือ
“เงินก้อนนี้จะเอาไปลงกับสินค้าที่ช่วยเพิ่มกำไรสุทธิของร้านได้จริงไหม
หรือแค่ไปเพิ่มของที่หมุนไวแต่กำไรน้อย จนเหนื่อยขายแต่เงินไม่เหลือ”
สำหรับพ่อค้าแม่ค้าที่มีหน้าร้านอยู่แล้ว
ทางเลือกสินเชื่อที่เจอบ่อยจะมีประมาณนี้ (บางคนอาจใช้มากกว่าหนึ่งแบบพร้อมกัน)
หมายเหตุ: ภาพรวม–ดีเทลเชิงเทคนิคของแต่ละผลิตภัณฑ์
จะขยายเต็ม ๆ ที่หน้าภาพรวมประเภทสินเชื่อร้านค้า
บทความนี้จะเล่าในระดับ “เลือกให้เป็นก่อน”
ลักษณะคือ
บางเจ้ามีโปรแกรมสำหรับ “ร้านค้าปลีก–หน้าร้าน” โดยเฉพาะ
ใช้หลักฐาน เช่น
สเตทเมนต์ร้าน
ภาพหน้าร้าน
สัญญาเช่าที่
รายละเอียดการซื้อของเข้าร้าน
เหมาะกับ
ร้านที่เปิดมาสักระยะ (เช่น 1–2 ปีขึ้นไป)
มีรายได้เข้าออกบัญชีพอสมควร
ต้องการเงินไปเพิ่มสินค้า /ปรับปรุงร้าน /ซื้ออุปกรณ์ใหม่
ข้อดี
คนปล่อยกู้ “เข้าใจโมเดลร้านค้า” มากกว่าสินเชื่อบุคคลทั่วไป
บางที่มีการดูยอดซื้อจากซัพพลายเออร์ประกอบ
เป็นวงสินเชื่อที่กว้างขึ้น เช่น
สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก,
สินเชื่อ SME วงเงินไม่สูงมาก
ใช้กับร้านประเภท
ร้านที่อยาก “ขยับขึ้น” จากแค่หน้าร้านเล็ก ๆ
เริ่มมีแผนเพิ่มสาขา / ปรับหน้าร้านครั้งใหญ่ / ลงทุนครัว–เครื่องชง–ตู้แช่ ฯลฯ
เหมาะกับ
ร้านที่เริ่มทำบัญชีรายรับ–รายจ่าย
เริ่มทำงบกำไรขาดทุนง่าย ๆ
มีเอกสารมากกว่าร้านค้าทั่วไป
ข้อดี
วงเงินอาจสูงกว่าโปรแกรม “สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า” บางประเภท
ใช้วางแผนขยายธุรกิจครอบครัว–ร้านค้าให้เป็น “กิจการขนาดเล็ก” เต็มตัว
รายละเอียดเชิงลึก สามารถเชื่อมคนอ่านไปข้ามหน้าที่
/merchant-loan – ภาพรวมสินเชื่อร้านค้า
/micro-sme-loan-family-business – สินเชื่อธุรกิจครอบครัว/กิจการเล็ก
หลายร้านใช้เพราะ “อนุมัติไว” และขั้นตอนไม่ซับซ้อน (มักถูกค้นด้วยคำว่า สินเชื่อเงินด่วน หรือ กู้เงินด่วน) แต่ต้องระวัง
ดอกเบี้ยมักสูงกว่าสินเชื่อธุรกิจ
หากไม่มีแผนคืนหนี้ชัดเจน อาจกระทบกระแสเงินสดร้านและภาระหนี้ส่วนตัว
หากจำเป็นต้องใช้วงเงินแบบเร่งด่วน ควรกำหนด “แผนปิดหนี้” และ “แหล่งเงินคืน” ชัดเจนก่อนเริ่มใช้
ลองใช้คำถาม 3 ข้อต่อไปนี้เป็นตัวตั้ง
เติมของขายดี–หมุนไว
ปรับปรุงหน้าร้านให้ดูดีขึ้น (โต๊ะ เก้าอี้ ป้าย ไฟ เครื่องปรับอากาศ ฯลฯ)
ลงทุนอุปกรณ์ใหญ่ (ตู้แช่ใหม่, เคาน์เตอร์, เครื่องชงกาแฟ ฯลฯ)
ขยายสาขาเพิ่ม
ถ้าใช้เงินก้อนนี้เพื่อ
เพิ่มยอดขาย
เพิ่มกำไร
เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า
นี่คือ “การลงทุน”
แต่ถ้าใช้เพื่อ
ปิดหนี้เก่าแบบไม่มีแผน
ใช้จ่ายเรื่องส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวกับร้าน
ต้องคิดให้หนักว่า หนี้ก้อนนี้ช่วยร้านจริง หรือแค่ช่วยให้เราอยู่รอดระยะสั้น
ลองเอาสเตทเมนต์ย้อนหลัง 6–12 เดือนมาดู
รายได้เฉลี่ยต่อเดือนประมาณเท่าไหร่
มีเงินเข้า–ออกแทบทุกวันไหม
มีเงินคงเหลือบ้าง หรือทุกเดือนเงินไหลออกหมดบัญชี
ถ้าวันนี้รายได้ส่วนใหญ่ยังเป็น
เงินสดที่ไม่ฝากเข้าบัญชี
รายได้เข้าบัญชีหลายเล่มกระจายกัน
ลองเริ่มจัดระบบให้
มีบัญชีหลักสัก 1–2 บัญชี
เงินสดส่วนหนึ่งฝากเข้าบัญชี เพื่อให้ธนาคาร “เห็น” รายได้จริงมากขึ้น
ก่อนจะหา สินเชื่อร้านค้าเพิ่ม
ลองถามตัวเองว่า
ตอนนี้มีหนี้อะไรบ้าง (บัตรเครดิต, สินเชื่อส่วนบุคคล, สินเชื่อเก่า ฯลฯ)
รวมค่างวดต่อเดือนแล้วเป็นเงินกี่บาท
เทียบกับกำไรจากร้านจริง ๆ แล้ว “ไหวแบบสบาย หรือไหวแบบบีบตัวเอง”
ถ้าตอนนี้ หนี้เยอะจนร้านทำกำไรแค่พอจ่ายหนี้
อาจต้องเริ่มจาก
วางแผนจัดโครงสร้างหนี้
ลดหนี้ดอกแพง
คุยกับเจ้าหนี้บางรายเพื่อยืดระยะ
ก่อนจะใส่หนี้ก้อนใหม่เข้าไป
ตัวอย่างร้านค้าหน้าร้านหนึ่ง
รายได้เฉลี่ย: 120,000–150,000 บาท/เดือน
ยังไม่มีสินเชื่อธุรกิจ แต่มีหนี้บัตรเครดิตที่ใช้ซื้อของเข้าร้าน
แนวทางหลังประเมินร่วมกับที่ปรึกษา
ใช้ สินเชื่อร้านค้า เพื่อ “ปิดหนี้บัตรเครดิตดอกสูง” บางส่วน
กันวงเงินสำหรับ “ลงทุนอุปกรณ์” ที่เพิ่มยอดขายได้จริง เช่น ตู้แช่/ชั้นวาง สำหรับสินค้า Top Seller
กำหนดกติกาใช้เงินชัดเจน: ซื้อเฉพาะสินค้าที่ ขายได้แน่นอน + กำไรพอ + หมุนสต็อกได้
ผลลัพธ์ที่มักคาดหวังใน 6–12 เดือน (เมื่อบริหารดี)
ยอดขายเพิ่มจากของครบและอุปกรณ์พร้อม
ภาระดอกเบี้ยลดลงเมื่อเปลี่ยนจากหนี้ดอกแพงมาเป็นสินเชื่อที่โครงสร้างเหมาะกว่า
กระแสเงินสดนิ่งขึ้นและวางแผนสต็อกได้ดีขึ้น
นี่คือตัวอย่างของการใช้ สินเชื่อร้านค้าแบบ “ลงทุนให้โต”
ไม่ใช่แค่ “กู้มาอุดรูรั่วโดยไม่ปิดสาเหตุจริง”
หากคุณเป็นพ่อค้าแม่ค้าหน้าร้านและต้องการประเมินว่า
ควรขอ สินเชื่อร้านค้า หรือ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า แบบใด
จำเป็นต้องใช้แบบเร่งด่วน (กลุ่ม สินเชื่อเงินด่วน / กู้เงินด่วน) หรือควรวางโครงสร้างเป็นสินเชื่อธุรกิจ
วงเงินระดับไหนที่ร้าน “รับไหว” โดยไม่กดกระแสเงินสด
เริ่มต้นได้ที่หน้า /merchant-loan โดยเตรียมข้อมูลคร่าว ๆ เช่น
ประเภทร้าน/ทำเล
ยอดขายเฉลี่ยต่อเดือน
สเตทเมนต์ 6–12 เดือน (ถ้ามี)
หนี้เดิมและค่างวด
เป้าหมายใช้เงินกู้ (เติมของ/ปรับร้าน/ซื้ออุปกรณ์/ขยายสาขา)
ทีมที่ปรึกษาจะช่วยประเมินความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ และกรอบวงเงินที่สอดคล้องกับกระแสเงินสดของร้าน เพื่อให้ สินเชื่อร้านค้า เป็นเครื่องมือ “ช่วยให้โต” ไม่ใช่ภาระระยะยาว
Q1: สินเชื่อร้านค้าเหมาะกับร้านเปิดใหม่ไหม?
โดยทั่วไปผู้ให้สินเชื่อมักต้องการประวัติรายได้และสเตทเมนต์ต่อเนื่อง (เช่น 6–12 เดือน) ร้านเปิดใหม่อาจต้องเริ่มจากทำบัญชีรายรับ–รายจ่ายให้เป็นระบบ และสร้างประวัติเงินเข้าออกก่อน
Q2: ต้องใช้เอกสารอะไรบ้างสำหรับสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า?
มักใช้บัตรประชาชน สเตทเมนต์บัญชีร้าน รูปหน้าร้าน/ทำเล และเอกสารประกอบกิจการ เช่น สัญญาเช่า/บิลซื้อของ (แล้วแต่กรณี)
Q3: ถ้ารายได้เป็นเงินสดเยอะ จะทำอย่างไรให้มีโอกาสผ่านมากขึ้น?
แนะนำฝากเงินสดบางส่วนเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ใช้บัญชีหลักรับ–จ่ายร้าน และลดการกระจายหลายบัญชี เพื่อให้สเตทเมนต์สะท้อนรายได้ชัดเจนขึ้น
Q4: คำว่า “สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร” หมายความว่าอะไร?
บางผลิตภัณฑ์อาจให้น้ำหนักกับกระแสเงินสด/เอกสารธุรกิจมากขึ้น แต่ผู้ให้สินเชื่อยังต้องประเมินความเสี่ยงหลายด้าน ควรอ่านเงื่อนไขจริงและระวังข้อเสนอที่เก็บเงินล่วงหน้าหรือรับประกันอนุมัติ