เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
เวลาขอสินเชื่อในระบบแล้วไม่ผ่าน หลายคนจะเริ่มมองหาเงินกู้ทางเลือกอื่น เช่น “เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน” , “เงินนอกระบบ ไม่เช็คบูโร ได้จริงไหม” , “เงินด่วนนอกระบบ ไม่โอนก่อน” ผู้ประกอบการที่ต้องการสินเชื่อเพื่อเสริมสภาพคล่องอาจมีคำถามคล้าย ๆ กันว่า
กู้ได้จริงไหม? ใช้อะไรบ้าง? ติดแบล็กลิสจะกู้ได้ไหม? มีแบบโอนเข้าบัญชีไหม?
บทความนี้จะรวบรวมสิ่งที่คนกำลังมองหาสินเชื่ออยากรู้ก่อนเลย แล้วค่อยสรุปตอนท้ายว่า
ควรเช็กอะไรให้ชัวร์ก่อนจะตัดสินใจเลือกสินเชื่อประเภทนี้
หมายเหตุ: ทีมของเราให้คำปรึกษาเรื่อง สินเชื่อถูกกฎหมาย เท่านั้น
แต่เขียนบทความนี้เพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมของเงินนอกระบบ ได้ใช้เปรียบเทียบและตัดสินใจอย่างมีสติ
ในทางปฏิบัติ เวลาเขาโฆษณาว่า “เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน” มักหมายถึงรูปแบบประมาณนี้
เป็นการปล่อยกู้นอกระบบ ไม่มีใบอนุญาตสถาบันการเงิน
คุยกันทางโซเชียล / ไลน์ / โทรศัพท์ ไม่ใช่สาขาธนาคาร
ไม่บังคับให้โอน “ค่าดำเนินการก่อน”
ให้เงินกู้เป็นเงินสดหรือโอนเข้าบัญชี แล้วค่อยหักดอก/ค่าธรรมเนียมจากยอดที่ให้
สิ่งที่คนรู้สึกว่า เป็นข้อดึและ“ตอบโจทย์”ของคนทำธุรกิจ
อนุมัติเร็ว คุยไม่กี่ครั้งก็ตกลงวงเงิน
ใช้เอกสารน้อย ไม่ยุ่งยากเหมือนธนาคาร
บางเจ้ารับเคสที่มีประวัติบูโรไม่สวย / ภาระหนี้สูง
แต่ต้องเข้าใจด้วยว่า ดอกเบี้ยและวิธีทวงหนี้มักจะโหดกว่าสินเชื่อในระบบมาก
ไม่ได้ชี้ช่องนะครับ แต่เล่า “ให้เห็นภาพ” ว่าคนส่วนใหญ่ไปเจอจากที่ไหนบ้าง เพื่อจะได้รู้ว่าควรระวังยังไง
โซเชียลมีเดีย / กลุ่มเฟซบุ๊ก / TikTok
เพจ/บัญชีที่ลงโฆษณา “อนุมัติไว ไม่เช็คบูโร”
ให้แอดไลน์แล้วคุยรายละเอียดต่อ
ไลน์/เฟซบุ๊กที่มีคนรู้จักแนะนำต่อ
เพื่อน/ญาติส่งเบอร์ให้ บอกว่า “เคยกู้แล้วได้จริง”
หลายคนรู้สึกไว้ใจมากขึ้นเพราะมีคนเคยใช้
คนเดินสายปล่อยกู้ในพื้นที่ / โรงงาน / ชุมชน
เจอหน้ากันจริง นัดรับเงินสด
บางกรณีเก็บเงินสดรายวัน/รายสัปดาห์หน้าที่ทำงาน
ตรงนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกเจ้าจะโกง แต่ทุกช่องทางมีทั้งคนที่ “ให้กู้จริงแต่ดอกโหด” และ “หลอกโอนก่อนแล้วหนี” ปนอยู่เสมอ
โดยทั่วไป เงินนอกระบบที่ “ให้กู้จริง” จะดูประมาณนี้
อายุ: ส่วนใหญ่ 20 ปีขึ้นไป
อาชีพ/รายได้
มีงานประจำ / รายได้ประจำ / เปิดร้าน / ขายของ
บางเจ้าขอดูหลักฐานรายได้ เช่น สเตทเมนต์/รูปกิจการ
สถานที่อยู่ชัดเจน
มีที่อยู่/ที่ทำงานที่ติดต่อได้จริง
วงเงิน
มักเริ่มวงเงินไม่สูงมากก่อน ถ้าจ่ายตรงเวลาค่อยเพิ่ม
ส่วนเรื่องเครดิตบูโร ส่วนใหญ่ในนอกระบบ ไม่สนใจบูโรเท่าธนาคาร เน้นดูว่า “มีรายได้จ่ายดอกไหม” มากกว่า
แล้วแต่เจ้า แต่จากประสบการณ์ที่คนเล่า ๆ กันมา มักมีชุดเอกสารประมาณนี้
เอกสารตัวตน
สำเนาบัตรประชาชน
สำเนาทะเบียนบ้าน (บางราย)
เอกสารด้านการเงิน/รายได้ (บางที่ขอ บางที่ไม่ขอ)
สเตทเมนต์บัญชีย้อนหลัง 3–6 เดือน
สลิปเงินเดือน (ถ้ามี)
รูปร้าน/กิจการ ถ้าทำธุรกิจ
ข้อมูลบัญชีธนาคาร
สมุดบัญชีหน้าแรก (สำหรับโอนเงิน/ตัดเงิน)
เลขบัญชีสำหรับรับโอน
สัญญากู้ยืม
บางเจ้าเขียนสัญญากระดาษ
บางเจ้าแค่แชตตกลงกัน ไม่มีเอกสารจริง ๆ เลย
จุดที่คนมักพลาดคือ “ส่งเอกสารเยอะเกิน ก่อนรู้ว่าเขาให้กู้จริงไหม”
ถ้ายังไม่ชัดว่าเป็นใคร น่าเชื่อถือแค่ไหน แต่ขอเอกสารละเอียดมาก + ขอให้โอนเงินก่อน ให้ระวังไว้เลย
คำตอบแบบตรง ๆ คือ
ในระบบ (ธนาคาร/นอนแบงก์)
ถ้าประวัติบูโรเสียหนัก ๆ หนี้เสียเยอะ มักกู้ยาก
แต่ยังมีบางสินค้า/สถาบันที่พอ “ผ่อนปรน” คนมีประวัติเคยเสียได้ ถ้าวางแผนดี
นอกระบบส่วนใหญ่
แทบไม่สนใจว่าติดบูโรไหม
สนใจมากกว่า ว่า
มีรายได้มั่นคงไหม
อยู่ที่เดิมนานไหม
ถ้าหนี จะตามเจอง่ายหรือเปล่า
นี่คือเหตุผลที่คนติดบูโรจำนวนมาก “หันไปพึ่งนอกระบบ” เพราะรู้สึกว่าเป็นที่เดียวที่ยังให้กู้
แต่ต้องแลกกับดอกเบี้ยและการทวงหนี้ที่แรงกว่ามาก
จะไม่ลงดีเทลทุกแบบ แต่แบ่งภาพรวมให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าแต่ละแบบหน้าตาเป็นยังไง
เงินด่วนนอกระบบแบบเก็บรายวัน/รายสัปดาห์
ได้เงินสดหรือโอนเข้าบัญชี
ผ่อนคืนทุกวัน/ทุกสัปดาห์ ดอกค่อนข้างสูง
เจอบ่อยในโรงงาน / ย่านที่มีคนทำงานรายวัน
เงินนอกระบบโอนเข้าบัญชี
คุยทางไลน์/โทรศัพท์
หลังตกลงกัน โอนเข้าบัญชีให้
ส่วนหนึ่งหักดอก/ค่าธรรมเนียมล่วงหน้า
แบบใช้ทรัพย์เป็นหลักประกัน (เช่น จำนำรถ จำนองที่ดิน แบบเถื่อน)
ใช้เล่มรถ / โฉนด / ทรัพย์สินเป็นตัวค้ำ
ดอกเบี้ยและเงื่อนไขไม่เป็นไปตามกฎหมาย
แอปหรือเว็บปล่อยกู้เถื่อน
โหลดแอปมาลง สมัครกู้ผ่านมือถือ
ดอกโหด + มีการเข้าถึงเบอร์โทร/รูปภาพในเครื่อง เพื่อนำไปกดดันตอนทวงหนี้
ทุกแบบมีจุดร่วมคือ “ได้เงินไวกว่าในระบบ แต่ข้อเสียแรงกว่าในระยะยาว”
ตัวเลขนี้ “ไม่ใช่มาตรฐานตายตัว” แต่ยกตัวอย่างให้เห็นภาพว่า
สมมติคิดดอกประมาณ 15–20% ต่อเดือน
กู้ 10,000 บาท
ดอกต่อเดือนอาจอยู่แถว ๆ 1,500–2,000 บาท
ถ้าคุณจ่ายแค่ “ดอกอย่างเดียว” หลายเดือนติด ๆ
ผ่านไป 5–6 เดือน คุณอาจจ่ายดอกไปแล้วใกล้เคียงเงินต้น
แต่เงินต้น 10,000 ยังอยู่ครบ
นี่คือเหตุผลว่าทำไมหลายคนรู้สึกว่า “กู้ 10,000 แต่ผ่อน ๆ ไปเหมือนจ่ายไม่รู้จบ”
ต่างจากสินเชื่อในระบบที่ถึงดอกจะไม่ถูกมาก แต่การคิดดอก/ตารางผ่อนชัดเจนกว่า และมีโอกาสปิดจบหนี้ได้ง่ายกว่า ถ้าวางแผนดี
ก่อนจะสรุปเรื่องเช็กมิจฉาชีพ ขอให้มองอีกมุมหนึ่งสั้น ๆ ว่า
คนส่วนใหญ่ที่หันไปหานอกระบบ มักมีเหตุผลคล้าย ๆ กันคือ
ติดบูโร / เคยค้างหนี้
ภาระหนี้ในระบบสูง
เป็นพ่อค้าแม่ค้า / ฟรีแลนซ์ ไม่มีสลิปเงินเดือน
แต่ในความเป็นจริง ยังมีทางเลือกในระบบบางอย่างที่พอจะช่วยได้ เช่น
สินเชื่อสำหรับคนมีประวัติบูโร
สินเชื่อไม่เช็คภาระหนี้ (ภายใต้เงื่อนไขบางอย่าง)
สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า / สินเชื่ออาชีพอิสระ
รวม/ปรับโครงสร้างหนี้เพื่อลดภาระก่อนค่อยกู้เพิ่ม
หน้าที่ของ “ที่ปรึกษาสินเชื่อ” แบบเรา คือช่วยดูว่า
โปรไฟล์ปัจจุบันของคุณเหมาะกับสินเชื่อประเภทไหน
ยังมีที่ไหนในระบบที่ “เปิดรับเคสแบบคุณ” ได้บ้าง
และช่วยวางแผนให้คุณได้ “ใช้สิทธิ์ในระบบให้สุดก่อน” ก่อนจะต้องไปเสี่ยงนอกระบบจริง ๆ
สุดท้าย ไม่ว่าคุณจะตัดสินใจยังไง อย่างน้อยควรเช็ก 4 ข้อนี้ให้ครบก่อนครับ
ยังไม่เห็นสัญญา
ยังไม่เคยได้รับเงิน
แต่เขาบอกให้โอน ค่าดำเนินการ / ค่าประกัน / ค่าปลดล็อกระบบ ก่อน
ให้ถือว่าเสี่ยงมากทันที มิจฉาชีพจำนวนมากใช้วิธีนี้
หลักง่าย ๆ คือ
ค่าดำเนินการใด ๆ ควรเกิดหลังจากมีสัญญาชัดเจน และได้รับเงินกู้จริงแล้วเท่านั้น
ก่อนโอนแม้แต่ 1 บาท
เอาข้อมูลพวกนี้ไปค้นในเว็บ/เพจ/กลุ่มแจ้งเตือนมิจฉาชีพ
ถ้ามีประวัติร้องเรียน หลายเคสบอกโดนโกงเหมือนกัน อย่าเสี่ยงซ้ำ
ไม่ใช่ดูแค่คำโฆษณา
ดอกเบี้ยคิดแบบไหน เป็น % ต่อเดือน หรือรายวัน
ถ้าผิดนัด 1 เดือน จะโดนอะไรบ้าง
มีค่าปรับอื่น ๆ แอบซ่อนอยู่ไหม
ลองจดตัวเลขคร่าว ๆ ว่า
ถ้ากู้ X บาท ผ่อน Y เดือน รวมแล้วจ่ายคืนทั้งสิ้นกี่บาท
เราจ่ายไหวจริงไหม ถ้ารายได้สะดุดสัก 1–2 เดือน
ก่อนจะตัดสินใจเอาตัวเองไปอยู่ใต้ดอกเบี้ยนอกระบบและวิธีทวงหนี้ที่แรงกว่า
ลองเช็กให้ครบว่า
เราเคยลองสินเชื่อประเภทอื่นในระบบแล้วหรือยัง
เคยปรึกษาคนที่เข้าใจสินเชื่อในภาพรวมแล้วหรือยัง
มีทางเลือกอื่น เช่น ปรับโครงสร้างหนี้/หาพาร์ตเนอร์/เพิ่มรายได้ระยะสั้น ก่อนจะกู้หรือไม่
ถ้าคุณอยากให้คนที่มองทั้ง “ข้อดี–ข้อเสีย–ความเสี่ยง” อย่างตรงไปตรงมาช่วยดูให้
คุณสามารถปรึกษาเราในฐานะ ที่ปรึกษาสินเชื่อถูกกฎหมาย
เพื่อช่วยหาทางออกที่ “เสี่ยงน้อยที่สุด” สำหรับสถานการณ์ตอนนี้ของคุณได้ครับ