เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
การเริ่มต้นธุรกิจไม่ได้อาศัยเพียงไอเดียหรือความตั้งใจเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัย เงินทุน และ ความน่าเชื่อถือทางการเงิน โดยเฉพาะในมุมมองของสถาบันการเงิน
สำหรับ ผู้ประกอบการรายใหม่ ที่เพิ่งเปิดกิจการ หรือยังไม่มีงบการเงินย้อนหลังหลายปี การเข้าถึง สินเชื่อธุรกิจ SME มักเป็นเรื่องท้าทายกว่าธุรกิจที่ดำเนินการมานานแล้ว
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีทั้ง สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME, สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก และโปรแกรมสินเชื่อเฉพาะทาง ที่ออกแบบมาเพื่อช่วยผู้ประกอบการรายใหม่โดยตรง หากเข้าใจเงื่อนไข วางแผนอย่างเป็นระบบ และเตรียมตัวให้พร้อม โอกาสได้รับอนุมัติก็เพิ่มขึ้นได้อย่างมีนัยสำคัญ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า
ถ้ายังไม่แน่ใจเรื่องภาพรวมของสินเชื่อ SME แนะนำให้อ่านคู่กับบทความ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME คืออะไร? คู่มือฉบับเจ้าของกิจการ และ สินเชื่อ SME คืออะไร? ต่างจากสินเชื่อบุคคลอย่างไร เพื่อปูพื้นก่อนตัดสินใจ
ในมุมของผู้ประกอบการ เราอาจเชื่อมั่นว่า
“ธุรกิจมีไอเดียดี ตลาดมีความต้องการ และมีโอกาสเติบโตสูง”
แต่ในมุมของผู้ให้กู้ สิ่งที่ต้องประเมินก่อนปล่อย สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ มีอยู่ 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
เพิ่งเริ่มต้น ยังไม่มีงบการเงินย้อนหลัง
รายได้ยังไม่นิ่ง ยอดขายผันผวน
ยังไม่มีประวัติการชำระหนี้ในนามธุรกิจ
ประวัติเครดิตบูโรส่วนตัวของเจ้าของกิจการ
พฤติกรรมการใช้บัญชีและการบริหารเงิน
ใช้เพื่อเครื่องมือ สต๊อก การตลาด หรือการขยายกิจการ
หรือใช้ปะปนกับค่าใช้จ่ายส่วนตัวจนไม่มีภาพชัดเจน
นี่จึงเป็นเหตุผลว่า การขอ สินเชื่อ ผู้ ประกอบการ รายใหม่ ไม่ได้ยากเพราะ “ไม่มีหลักทรัพย์” เพียงอย่างเดียว แต่ยากเพราะยังไม่มีข้อมูลเพียงพอให้ผู้ให้กู้เชื่อมั่น
สเตทเม้นต์ที่มี “โอนเข้า-ออกถี่แบบไม่มีเหตุผล” ทำให้ธนาคารตีความว่าเงินไม่ใช่รายได้จากธุรกิจจริง
เอกสารคนละทิศคนละทาง (แผนธุรกิจบอกขาย B2B แต่สเตทเม้นต์เหมือนขายปลีก) มักทำให้ต้องส่งข้อมูลเพิ่มหลายรอบ
แม้จะเพิ่งเริ่มต้นธุรกิจ แต่ผู้ประกอบการรายใหม่ยังมีตัวเลือกสินเชื่อหลายรูปแบบ ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์การใช้เงิน
เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเงินไปใช้ในช่วงเริ่มต้น เช่น
ซื้อสต๊อกสินค้า
จ่ายซัพพลายเออร์ก่อนรับเงินจากลูกค้า
เสริมสภาพคล่องระยะสั้น
รูปแบบที่พบได้ ได้แก่
วงเงินเบิกเกินบัญชี (OD)
สินเชื่อหมุนเวียนระยะสั้น 6–12 เดือน
สินเชื่อประเภทนี้อาจดูคล้าย สินเชื่อเงินด่วน หรือ กู้เงินด่วน แต่แตกต่างตรงที่มีโครงสร้างและเงื่อนไขชัดเจนกว่า
รายละเอียดเรื่อง OD และเงินทุนหมุนเวียน จะไปขยายต่อในบทความ วงเงิน OD คืออะไร ใช้อย่างไรให้ธุรกิจไม่จมดอกเบี้ย และ เงินทุนหมุนเวียนคืออะไร ต่างจากกำไรอย่างไร
เหมาะกับธุรกิจที่ต้องใช้เงินลงทุนตั้งต้นสูง เช่น
เปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่
ซื้อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์
ปรับปรุงพื้นที่เป็นหน้าร้านหรือคลังสินค้า
สินเชื่อรูปแบบนี้ช่วยกระจายภาระผ่อน ทำให้ธุรกิจไม่ต้องแบกรับต้นทุนหนักเกินไปในช่วงเริ่มต้น
ตัวอย่างหัวข้อที่จะเจาะลึกต่อไปในหน้าลูกอื่น ได้แก่
สินเชื่อเครื่องจักรและอุปกรณ์ เพื่อขยายกำลังการผลิต
กู้สร้างโรงงานและโกดังสำหรับ SME ต้องรู้เงื่อนไขอะไรบ้าง
สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ที่เริ่มจากแฟรนไชส์
มีโมเดลธุรกิจชัดเจน
บางธนาคารมีโปรแกรมสินเชื่อร่วมกับแบรนด์แฟรนไชส์
ทำให้การขอ สินเชื่อธุรกิจ SME ดูมีความเสี่ยงต่ำกว่าเริ่มจากศูนย์
เรื่องนี้จะไปต่อในบทความ สินเชื่อ SME แฟรนไชส์ ทางเลือกสำหรับคนอยากทำแฟรนไชส์
แม้จะเป็นมือใหม่ แต่ผู้ให้กู้ก็มี “กรอบ” คร่าว ๆ ว่าอยากเห็นอะไรบ้างจากผู้ขอสินเชื่อ
โปรไฟล์เจ้าของกิจการที่น่าเชื่อถือ
ประวัติการทำงานหรือประสบการณ์ในธุรกิจใกล้เคียง
ความเข้าใจในตลาดที่กำลังจะเข้าไปแข่งขัน
เครดิตการเงินส่วนตัวที่ไม่เละจนเกินไป (ไม่มีหนี้เสียเยอะ ค้างชำระหลายบัญชี)
รูปแบบธุรกิจที่พอจะจับต้องได้
มีโมเดลรายได้ชัดเจน ขายอะไร ให้ใคร ขายอย่างไร
รู้ต้นทุนหลัก ๆ ของธุรกิจตัวเอง
วางแผนยอดขายขั้นต่ำที่จะต้องทำให้ได้เพื่อให้อยู่รอด
สัญญาณเบื้องต้นด้านการบริหารเงิน
แยกบัญชีส่วนตัวกับบัญชีธุรกิจ (หรือมีแผนจะแยกอย่างจริงจัง)
มีการจดบันทึกรายรับ–รายจ่าย ไม่ปล่อยให้ตัวเลขลอย ๆ
เข้าใจว่าเงินกู้ไม่ใช่ “เงินที่มาอุดทุกปัญหา” แต่เป็น “เงินทุนสำหรับสร้างรายได้เพิ่ม”
หลักประกัน (ถ้ามี)
ไม่จำเป็นต้องมีเสมอไป แต่ถ้ามีทรัพย์สินที่ใช้ค้ำได้ โอกาสในการเข้าถึงวงเงินและเงื่อนไขดอกเบี้ยที่ดีจะเพิ่มขึ้น
ลองดูตัวอย่างพื้น ๆ ที่มักเกิดขึ้นในโลกจริง เพื่อให้เห็นภาพมากขึ้น
เจ้าของเคยเป็นบาริสต้ามาก่อนหลายปี รู้สูตรและรู้สไตล์ลูกค้า
เริ่มจากขายหน้าบ้าน/ขายออนไลน์เล็ก ๆ มีสเตทเม้นต์ยอดขายเข้ามาสม่ำเสมอ 6 เดือน
วางแผนเปิดหน้าร้านจริง ใช้เงินลงทุนตกแต่งและซื้ออุปกรณ์
แนวทางสินเชื่อ
ใช้สเตทเม้นต์ + ยอดขายจริงที่ผ่านมาเป็นฐาน
ทำแผนธุรกิจง่าย ๆ ระบุทำเล กลุ่มลูกค้า ยอดขายเป้าหมาย และค่าใช้จ่าย
ขอวงเงินก้อนหนึ่งสำหรับลงทุน เช่น สินเชื่อระยะยาวเพื่อปรับปรุงร้าน + วงเงินหมุนเวียนเล็กน้อยสำหรับสต๊อกวัตถุดิบ
มีประสบการณ์เป็นลูกน้อง/ผู้จัดการโครงการมาก่อน แต่เพิ่งออกมารับงานเอง
มีสัญญาจ้างงานจากลูกค้ารายแรก ๆ แล้ว แต่ต้องสำรองเงินค่าของและค่าแรงก่อน
แนวทางสินเชื่อ
ใช้สัญญาจ้างงานเป็นหลักฐานว่า “มีรายได้แน่นอนถ้าทำงานเสร็จ”
ขอวงเงินหมุนเวียนแบบระยะสั้น หรือวงเงินลักษณะใกล้เคียงแฟคตอริ่ง (ใช้สิทธิรับเงินจากลูกหนี้เพื่อขอวงเงิน)
จัดสเตทเม้นต์บัญชีธุรกิจให้เห็นเงินรับ–จ่ายที่เกี่ยวกับโครงการชัดเจน
ข้อสังเกตจากประสบการณ์การยื่นสินเชื่อ : ธนาคารชอบ “รายได้ที่ผูกกับเอกสารงาน” เพราะประเมินกระแสเงินสดได้ง่ายกว่าคาดการณ์ลอย ๆ
มีประวัติทำงานประจำมั่นคง เครดิตบูโรดี
เริ่มขายสินค้าหรือบริการเสริมรายได้มาแล้วระยะหนึ่ง
กำลังตัดสินใจลาออกมาโฟกัสธุรกิจเต็มเวลา
แนวทางสินเชื่อ
ใช้ประวัติการทำงาน + สเตทเม้นต์รายได้ประจำ เป็นฐานความน่าเชื่อถือ
นำยอดขายจากธุรกิจเสริมมาแสดงให้เห็นว่ามี demand จริง
ขอสินเชื่อในช่วงเปลี่ยนผ่าน โดยวางแผนชัดเจนว่าจะใช้เงินไปกับอะไร และธุรกิจจะเริ่มสร้างรายได้เต็มที่เมื่อไร
การเข้าถึง สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ เป็นเรื่องดี แต่ต้องระวังไม่ให้ “จุดเริ่มต้น” กลายเป็น “ภาระ” ที่ลากยาวเกินไป
อย่าคิดจากกระดาษสวย ๆ อย่างเดียว ลองคิดจาก 3 ตัวเลขนี้เสมอ
ค่างวดต่อเดือน (รวมทุกหนี้)
กำไรสุทธิจริง ๆ ที่เหลือในมือหลังหักค่าใช้จ่าย
เงินสำรองที่ต้องเก็บไว้เผื่อรายได้ตก/งานหาย
ถ้าค่างวดทั้งหมดเกินประมาณ 30–40% ของกำไรสุทธิที่คาดว่าจะได้ ควรทบทวนวงเงิน หรือยืดระยะเวลาผ่อนให้สบายขึ้น
ยอดขายเยอะ แต่เก็บเงินช้า จ่ายเงินซัพพลายเออร์เร็ว สุดท้าย “เงินสดในมือ” อาจติดลบได้ง่าย ๆ
ก่อนกู้ ลองดูว่า
ลูกค้าจ่ายเงินกี่วันหลังจากขาย/ออกบิล
ซัพพลายเออร์ให้เครดิตเทอมเท่าไร
ต้องสำรองเงินสดไว้ในธุรกิจขั้นต่ำเท่าไรจึงจะไม่สะดุด
ถ้าตัวเลขไม่สอดคล้องกัน อาจต้องปรับโมเดลหรือต่อรองเครดิตเทอมก่อนกู้เพิ่ม
ธุรกิจใหม่มักเจอสิ่งที่ “ประมาณการผิด” เสมอ เช่น
ค่าใช้จ่ายมากกว่าที่คิด
ยอดขายขึ้นช้ากว่าที่คาด
ลูกค้าบางรายจ่ายช้ากว่ากำหนด
การกันเงินสำรอง 3–6 เดือนของค่าใช้จ่ายจำเป็น จะช่วยไม่ให้คุณต้อง “วิ่งหาหนี้ใหม่” ทุกครั้งที่มีเหตุการณ์ไม่คาดคิด และช่วยให้ยังรักษาประวัติการผ่อนชำระให้ดีในช่วงแรก ซึ่งสำคัญมากต่อการขอวงเงินหรือสินเชื่อเพิ่มในอนาคต
แม้การเป็น ผู้ประกอบการรายใหม่ จะทำให้การขอสินเชื่อยากกว่าธุรกิจที่มีประวัติยาว ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าประตูปิดตาย
ถ้าคุณ
เข้าใจประเภทของ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ที่มีในตลาด
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ให้ตรงวัตถุประสงค์
เตรียมแผนธุรกิจ สเตทเม้นต์ และเอกสารให้พร้อม
ประเมินความสามารถในการผ่อนและกันเงินสำรองอย่างรอบคอบ
คุณก็มีโอกาสสูงที่จะเริ่มต้นธุรกิจด้วย “โครงสร้างเงินทุนที่แข็งแรง” แทนที่จะเริ่มด้วยหนี้ที่คอยฉุดรั้งในอนาคต
สำหรับผู้ประกอบการรายใหม่ การยื่น สินเชื่อธุรกิจsme มักไม่ได้ติดที่ “ไม่มีไอเดีย” แต่ติดที่ “โครงสร้างข้อมูลและความพร้อมทางการเงิน” ซึ่งเป็นสิ่งที่ธนาคารใช้ประเมินจริงก่อนอนุมัติ
ทีม Siam Prime Capital ช่วยคุณได้ เช่น
วิเคราะห์ความพร้อมก่อนยื่น: รายได้–ภาระหนี้–กระแสเงินสด
จัดโครงสร้างเงินทุน: เงินหมุนเวียน vs เงินลงทุน ให้ตรงงาน
จัดชุดเอกสารให้เล่าเรื่องเดียวกัน ลดโอกาสถูกชะลอ/ขอเพิ่มหลายรอบ
วางกลยุทธ์การยื่น: เทียบเงื่อนไขและลดผลกระทบจากการยื่นหลายที่โดยไม่จำเป็น
สินเชื่อ SME เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเตรียมอะไรบ้าง – เจาะลึกเช็กลิสต์เอกสารและขั้นตอนเตรียมตัว
แหล่งเงินทุนสำหรับ Startup และ Micro SME – สำหรับคนที่อยากมองทั้งทางเลือกด้าน “ทุน” และ “หนี้” ควบคู่กัน
ธนาคารแห่งประเทศไทย: เครดิตบูโร (ภาพรวมบทบาทระบบข้อมูลเครดิต)
นำมาใช้จริงอย่างไร: ช่วยให้เข้าใจกรอบระบบข้อมูลเครดิต และเหตุผลที่ “ประวัติชำระหนี้” มีผลต่อการอนุมัติสินเชื่อ
บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติ (NCB): ข้อมูลเครดิตคืออะไร สำคัญอย่างไร
นำมาใช้จริงอย่างไร: ธนาคารใช้ตรวจพฤติกรรมชำระหนี้ ภาระหนี้รวม และความเสี่ยงเครดิตของผู้ขอ โดยเฉพาะเมื่อธุรกิจยังไม่มีประวัติในนามกิจการ
ธอส. (GH Bank): DSR คืออะไร
นำมาใช้จริงอย่างไร: ใช้เป็นแนวคิดประเมินสัดส่วนภาระผ่อนต่อรายได้ เพื่อดูความสามารถในการรับค่างวด “แบบเผื่อความเสี่ยง” (แต่ละสถาบันอาจมีเกณฑ์ภายในแตกต่างกัน)
สำนักงาน ก.ล.ต. (SEC): เอกสารอธิบายอัตราส่วนทางการเงิน รวมถึง DSCR
นำมาใช้จริงอย่างไร: แนวคิด DSCR ใช้ประเมินว่า “กระแสเงินสดจากกิจการพอจ่ายหนี้หรือไม่” แม้บางธนาคารอา
กู้ได้ หากมีหลักฐานการดำเนินงาน เช่น สเตทเม้นต์ที่มีรายได้สม่ำเสมอ ใบสั่งซื้อ/สัญญาจ้าง และแผนการใช้เงินกู้ที่ชัดเจน
สินเชื่อธุรกิจsmeมักต้องมีเอกสารและวัตถุประสงค์ชัดเจน เหมาะกับการวางโครงสร้างการเงินระยะยาว ส่วนสินเชื่อเงินด่วน/กู้เงินด่วนมักเน้นความเร็ว แต่อาจมีต้นทุนสูงกว่าและไม่เหมาะกับการวางระบบการเงินของธุรกิจ
แผนธุรกิจสั้น ๆ 2–3 หน้า สเตทเม้นต์ที่เป็นระบบ เอกสารภาษี/จดทะเบียน (ถ้ามี) และเอกสารยืนยันการใช้เงิน เช่น ใบเสนอราคาอุปกรณ์หรือสัญญาที่เกี่ยวข้อง