เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
อัปเดตล่าสุด : 16 มกราคม 2569
เวลาเจ้าของกิจการคิดจะขยายธุรกิจ มักจะมีคำถามหนึ่งที่วนอยู่ในหัวเสมอ
“ถ้าไม่มีบ้าน ไม่มีที่ดิน หรือมีแต่ไม่อยากใช้ทรัพย์ค้ำประกันเงินกู้… ธุรกิจยังมีโอกาสขอสินเชื่อได้หรือไม่?”
ความจริงแล้ว เจ้าของกิจการจำนวนมาก “มีธุรกิจจริง มีลูกค้าจริง มียอดขายจริง” แต่ยังไม่มีทรัพย์สินใหญ่อย่างบ้านหรือที่ดินในชื่อบริษัท หรือบางคนก็ยังไม่พร้อมจะเอาทรัพย์สินครอบครัวไปเสี่ยงค้ำเงินกู้
ตรงนี้เองที่ “สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน” เข้ามามีบทบาทสำคัญ เพราะเป็นเหมือน แหล่งเงินทุน ไม่มี หลักทรัพย์ ให้กับธุรกิจที่ต้องการต่อยอด แต่ยังไม่มีทรัพย์สินไปค้ำ โดยสิ่งที่ทดแทนทรัพย์ค้ำคือ การที่ธนาคารหรือสถาบันการเงินจะมองไปที่ “ศักยภาพของธุรกิจ” และ “ความสามารถในการชำระหนี้” เป็นหลัก มากกว่ามองแค่ทรัพย์สินค้ำเหมือนสินเชื่อแบบเดิม ๆ
บทความนี้คือคู่มือ “สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569” สำหรับเจ้าของกิจการที่ต้องการวงเงินเพื่อขยายธุรกิจหรือเพิ่มทุนหมุนเวียน โดยไม่ต้องใช้บ้าน/ที่ดินค้ำประกัน และจะพาไล่ตั้งแต่เกณฑ์ที่ธนาคารดู (Repayment Capacity/DSCR) ไปจนถึงเอกสาร และข้อควรระวังในการกู้ให้ปลอดภัย
สำหรับเจ้าของกิจการหลายคน สินเชื่อลักษณะนี้จึงกลายเป็น แหล่งเงินทุน และ เงินทุนหมุนเวียน สำคัญ ที่ช่วยให้ธุรกิจรับงานใหม่ ขยายสต็อก หรือเพิ่มกำลังการผลิตได้ทันโอกาส โดยไม่ต้องเอาบ้านหรือที่ดินไปเสี่ยง
หลักสำคัญต่อการอนุมัติสินเชื่อไม่ใช้หลักประกัน: Repayment Capacity คืออะไร?
เงื่อนไขการขอสินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันมีอะไรบ้าง
ธุรกิจ SMEs ในประเทศไทยแบบไหน ที่ “เข้าทาง” สินเชื่อไม่มีหลักประกัน
ข้อดี–ข้อควรระวัง เมื่อใช้สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ใช้สินเชื่อไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันอย่างไร “ไม่ให้เสี่ยงเกินไป”
ในภาพรวมของปี 2569 เกณฑ์หลักยังยึด “ความสามารถในการชำระหนี้ (Repayment Capacity)” เป็นแกน แต่สิ่งที่ทำให้อนุมัติง่าย/ยาก มักอยู่ที่รายละเอียดเหล่านี้
สเตทเมนต์ต้องเล่าเรื่องรายได้จริง: รายรับเข้าออกสม่ำเสมอ ลดเงินสดลอย
DSCR และกระแสเงินสดหลังหักค่าใช้จ่าย: ธนาคารดู “เหลือพอผ่อน” แบบมี buffer
ภาระหนี้รวม (ธุรกิจ + เจ้าของกิจการ): หนี้เดิมเยอะทำให้วงเงินใหม่ถูกลด/ขอเอกสารเพิ่ม
ความสอดคล้องของเอกสาร: งบ/ภาษี/สเตทเมนต์ “ต้องเล่าเรื่องไปทางเดียวกัน”
โครงสร้างรายได้: กระจายลูกค้าได้จะดูเสี่ยงน้อยกว่า “พึ่งรายเดียว”
เป้าหมายของหัวข้อนี้คือทำให้คำว่า “สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569” ไม่ใช่แค่คำในหน้าเว็บ แต่เป็น “กรอบประเมิน” ที่ใช้ได้จริงก่อนยื่น
ในเชิงหลักการ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือสินเชื่อที่ปล่อยให้กับเจ้าของกิจการหรือธุรกิจ SME โดย ไม่ต้องใช้บ้าน ที่ดิน หรือทรัพย์สินใหญ่เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
จุดที่ต่างจากสินเชื่อแบบเดิมคือ แทนที่ธนาคารจะถามว่า “คุณมีบ้าน/ที่ดินอะไรบ้าง เอามาค้ำได้ไหม?”
เขาจะหันมาถามว่า “ธุรกิจของคุณสร้างรายได้เท่าไร มีกำไรแค่ไหน เดินบัญชีเป็นอย่างไร และมีศักยภาพจ่ายหนี้คืนทุกงวดได้หรือไม่?”
ดังนั้นในสายตาธนาคาร “สินเชื่อ SME คืออะไร” ถ้าอยู่ในหมวดไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คำตอบคือ
“คือสินเชื่อที่ออกให้กับกิจการที่มีศักยภาพสร้างรายได้และชำระหนี้ได้จริง แม้จะไม่มีทรัพย์สินใหญ่มาค้ำก็ตาม”
สินเชื่อไม่ใช้หลักประกัน = ธนาคารต้อง “มั่นใจในความสามารถผ่อน” มากกว่าปกติ เพราะไม่มีทรัพย์ให้ขายทอดตลาด ถ้าเคสไหนธนาคาร “อ่านธุรกิจไม่ออก” มักขอเอกสารเพิ่มหรือชะลอทันที
ในบทความหน้าลูกอย่าง เกณฑ์ที่ธนาคารใช้อนุมัติ: DSCR กระแสเงินสด และเครดิต เราจะไปเจาะว่า “คะแนนในสายตาธนาคาร” ถูกคำนวณอย่างไรบ้าง
หัวใจของสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน คือคำว่า Repayment Capacity หรือ “ความสามารถในการผ่อนชำระของธุรกิจ”
เวลาธนาคารต้องตัดสินใจปล่อยกู้ พวกเขาจะถามตัวเองเสมอว่า
“ถ้าให้วงเงินกู้ก้อนนี้ไป ธุรกิจจะมีเงินสดเพียงพอจ่ายค่างวดทุกเดือน โดยที่ยังเดินธุรกิจต่อได้สบาย ๆ ไหม?”
เพื่อตอบคำถามนี้ เขาจะดูชุดข้อมูลประมาณนี้
ยอดขายต่อเดือน/ต่อปีของธุรกิจ
กำไรขั้นต้น กำไรสุทธิ
ค่าใช้จ่ายประจำ: ค่าเช่า ค่าแรง ค่าวัตถุดิบ ค่าการตลาด ฯลฯ
ภาระหนี้ก้อนอื่น ๆ ที่ทั้งธุรกิจและเจ้าของมีอยู่
ทั้งหมดนี้จะถูกสรุปกลายเป็นตัวชี้วัดอย่าง DSCR (Debt Service Coverage Ratio) และการวิเคราะห์กระแสเงินสด จริง ๆ แล้วไม่จำเป็นต้องเป็นนักการเงินถึงจะเข้าใจได้ ในหน้าลูก วิธีทำ DSCR ให้ปลอดภัย โดยไม่กดกระแสเงินสดธุรกิจ เราจะอธิบายให้เห็นภาพแบบง่าย ๆ
สำหรับสินเชื่อ เพื่อ ธุรกิจ SME แบบไม่ใช้หลักประกัน ธนาคารไม่ได้ดูแค่ว่า “ยอดขายเยอะไหม” แต่ดูด้วยว่า
รายได้เข้า–ออกบัญชี ทุกเดือนหรือเปล่า
ยอดขายมีแนวโน้ม เติบโตต่อเนื่อง หรือเหวี่ยงขึ้นลงแรง
รายได้กระจายจากลูกค้าหลายราย หรือพึ่งพาลูกค้ารายใหญ่อยู่รายเดียว
ธุรกิจที่ มีรายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอ และ มีสเตทเมนต์ที่เล่าเรื่องธุรกิจได้ชัดเจน จะได้เปรียบมากสำหรับสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
หัวข้อนี้จะต่อยอดไปในบทความลูกอย่าง เดินบัญชียังไงให้ธนาคารเชื่อ: ลดเงินสดลอย เพิ่มความโปร่งใส ซึ่งจะโฟกัสที่ “วิธีเดินบัญชีในชีวิตจริง”
ธนาคารจะไม่ดูแค่รายได้ แต่จะดูว่า
“หนี้รวมทั้งหมดที่มีอยู่ เทียบกับความสามารถสร้างเงินสดแล้วหนักไปไหม?” ถ้า
ธุรกิจมีกำไรน้อย
กระแสเงินสดตึง
มีหนี้เดิมอยู่หลายก้อน
หากค่างวดใหม่ทำให้ “เงินเหลือหลังค่าใช้จ่ายจำเป็น” เหลือน้อยมาก ธนาคารมักลดวงเงิน/ขอหลักฐานรายได้เพิ่ม เพราะธุรกิจไม่มี buffer รองรับความผันผวน
แม้รายละเอียดของแต่ละธนาคารจะต่างกัน แต่เงื่อนไขหลัก ๆ มักคล้ายกันประมาณนี้ ซึ่งถ้าผู้ขอสินเชื่อมีคุณสมบัติตามนี้เบื้องต้นก็สามารถเลือกหาสถาบันการเงินเพื่อพิจรณาขอสินเชื่อได้เลย
จดทะเบียนเป็น นิติบุคคล (บริษัท/หจก.) หรือในบางโปรแกรมอาจรับผู้ประกอบการบุคคลธรรมดาที่มีเอกสารชัดเจน
มีอายุธุรกิจอย่างน้อยประมาณ 1–2 ปีขึ้นไป เพื่อให้ธนาคารเห็นประวัติการทำธุรกิจ
คำถามยอดฮิตอีกข้อคือ “SME ต้องมีรายได้เท่าไรถึงจะกู้ผ่าน?”
ไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ในทางปฏิบัติ ธุรกิจที่มียอดขายตั้งแต่ หลัก 3–5 ล้านบาทต่อปีขึ้นไป เดินบัญชีสม่ำเสมอ และมีกำไรพอสมควร จะเริ่มอยู่ในโซนที่ธนาคาร “คุยด้วยง่ายขึ้น” ยอดขายระดับ 10–30 ล้านบาทต่อปี พร้อมกำไรชัดเจน ก็ยิ่งทำให้มีน้ำหนักในสายตาธนาคารมากขึ้น
บทความเคสอย่าง
เคสย่อ: ธุรกิจยอดขาย 3–5 ล้านต่อปี ขอสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันให้ผ่านได้ยังไง
เคสย่อ: ธุรกิจยอดขาย 10–30 ล้านต่อปี เพิ่มวงเงินสินเชื่อไม่ใช้หลักประกันอย่างไรไม่ให้ DSCR พัง
จะช่วยให้เห็นตัวอย่างในสถานการณ์จริงว่าต้องปรับตรงไหนบ้าง
ธนาคารมักต้องการเห็น
งบการเงินย้อนหลัง 1–3 ปี (ถ้ามี)
รายงานภาษี เช่น ภ.พ.30, ภ.ง.ด. ฯลฯ
สเตทเมนต์ธนาคารย้อนหลัง 6–12 เดือน
เอกสารอื่น ๆ เช่น หนังสือรับรองบริษัท สัญญาเช่า สัญญาลูกค้าสำคัญ
จุดที่ทำให้ “ถูกขอเอกสารเพิ่ม” บ่อยที่สุด คือเอกสารการเงินกับเอกสารธุรกิจเล่าเรื่องคนละแบบ เช่น บอกขาย B2B แต่บัญชีดูเหมือนรายย่อยเงินสดกระจัดกระจาย
ถ้าอยากเช็กให้ชัวร์ว่าพร้อมหรือยัง แนะนำไปดูหน้าลูก Checklist ก่อนกดส่งใบสมัครสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ซึ่งจะรวบรวมเป็นเช็กลิสต์ทีละข้อ
คำถามที่เจอบ่อยจากผู้ประกอบการคือ“ธุรกิจ SMEs ในประเทศไทยมีอะไรบ้าง” “ธุรกิจ SME ขนาดเล็กมีอะไรบ้าง”
ซึ่งในมุมของธนาคาร คำถามนี้จริง ๆ แล้วคือ “ธุรกิจแบบไหนที่ธนาคารคุ้นเคย และมีสถิติปล่อยสินเชื่อได้ดี?”
ธุรกิจแฟรนไชส์และค้าปลีกสมัยใหม่
ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ร้านสะดวกซื้อ ร้านแฟรนไชส์แบรนด์ดัง
มียอดขายสม่ำเสมอ และได้อานิสงส์จากแบรนด์แม่
ธุรกิจบริการ B2B/B2C ที่มีรายได้ประจำ
เอเจนซี่โฆษณา บริษัทไอที บริษัทโลจิสติกส์ โรงเรียนสอนพิเศษ ฯลฯ
มีสัญญาลูกค้า ทำให้รายได้คาดการณ์ได้
ผู้รับเหมางานโครงการ
รับเหมาก่อสร้าง ตกแต่ง อาคาร/ร้านค้า งานระบบ
มีสัญญาจ้างชัดเจน ใช้เล่าเรื่องธุรกิจให้ธนาคารฟังได้
ร้านค้าออนไลน์/แพลตฟอร์ม
ขายผ่าน Shopee, Lazada, Facebook, TikTok ฯลฯ
ถ้าดึงรายได้เข้าบัญชีดีพอ ธนาคารจะเห็นยอดขายชัดขึ้นมาก
ในชุดหน้าลูกจะมีบทความเฉพาะกลุ่มธุรกิจ เช่น
Clean Loan สำหรับแฟรนไชส์: ใช้แบรนด์และทำเลให้เป็นเครดิต
Clean Loan สำหรับ Micro SME: เริ่มต้นยังไง วงเงินเท่าไหร่ เอกสารแค่ไหน
Clean Loan สำหรับร้านค้าออนไลน์และแพลตฟอร์ม ปรับยอดขายและบัญชีให้ผ่านเกณฑ์
เพื่อให้คุณเห็นภาพ “วิธีเล่าเรื่องธุรกิจ” ให้เหมาะกับแต่ละประเภทมากยิ่งขึ้น
รายได้ส่วนใหญ่ยังเป็นเงินสด ไม่เข้าบัญชี
งบการเงิน/ภาษียังไม่สะท้อนยอดขายจริง
เจ้าของใช้บัญชีเดียวทั้งส่วนตัวและส่วนธุรกิจ
ธุรกิจกลุ่มนี้ไม่ได้แปลว่าไม่มีโอกาสกู้ แต่แปลว่า ต้องใช้เวลา 6–12 เดือนในการจัดบ้านก่อน ซึ่งจะอธิบายเป็น Step ต่อในหน้า Roadmap 12 เดือน ก่อนยื่นขอสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ไม่ต้องนำทรัพย์สินส่วนตัวไปเสี่ยง
เหมาะกับเจ้าของกิจการที่ยังไม่พร้อมเอาบ้าน/ที่ดินไปค้ำ
ตอบโจทย์ธุรกิจที่มี “ของจริง” แต่ไม่มีทรัพย์สิน
ธุรกิจบริการ ธุรกิจออนไลน์ หรือธุรกิจที่สินทรัพย์หลักคือทีมและระบบ ไม่ใช่ที่ดิน
กระบวนการบางส่วนอาจเร็วกว่าแบบมีหลักทรัพย์
เพราะไม่ต้องรอประเมินราคา ไม่ต้องเช็กโฉนด ฯลฯ
เหมาะกับการใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
หลายโปรแกรมออกแบบมาเพื่อค่าใช้จ่ายระยะสั้น ขยายสต็อก หรือรับงานเพิ่ม
ดอกเบี้ยอาจสูงกว่าสินเชื่อมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
เพราะธนาคารรับความเสี่ยงด้านไม่มีทรัพย์สินค้ำ
วงเงินผูกกับรายได้และกำไรจริง ไม่ใช่ราคาที่ดิน
หลายธุรกิจคาดหวังวงเงินสูง แต่ตัวเลขในงบและสเตทเมนต์ยังไม่รองรับ
ต้องดูแล “ตัวเลขในระบบ” ให้ดี
การเดินบัญชีแบบเน้นเงินสด หรือยื่นภาษีต่ำกว่าความจริงมาก ๆ จะทำให้ขอกู้ยาก
“กู้ไม่ผ่าน” ซ้ำ ๆ มักไม่ใช่เพราะธุรกิจไม่ดี แต่เพราะการยื่นแบบลองผิดลองถูก ทำให้เครดิต/ภาระหนี้ถูกมองว่าเสี่ยงขึ้นเรื่อย ๆ
รายละเอียดเปรียบเทียบกับสินเชื่อจากธนาคารและ Non-bank จะอยู่ในหน้าลูกอย่าง
เปรียบเทียบสินเชื่อ SME ไม่มีหลักประกัน ธนาคาร vs Non-bank และ
ใช้ บสย. ค้ำ vs ขอสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แบบไหนเหมาะกับธุรกิจคุณ
คำถามที่หลายคนเจอคือ
“ทำไมสมัครสินเชื่ออะไรก็ไม่ผ่าน?”
ก่อนอื่นต้องแยกให้ออกก่อนว่า
ไม่ผ่านเพราะ ประวัติเครดิต/บูโร
ไม่ผ่านเพราะ ยอดขาย–กำไร–DSCR ยังไม่เข้าเกณฑ์
ไม่ผ่านเพราะ เอกสาร–การเดินบัญชีทำให้ธนาคารมองภาพธุรกิจไม่ออก
หลังจากรู้สาเหตุแล้ว ทางเลือกที่มี เช่น
วางแผน 6–12 เดือน เพื่อยื่นรอบใหม่ให้มีโอกาสผ่านมากขึ้น
ปรับการเดินบัญชี
ปรับโครงสร้างหนี้
จัดงบและภาษีให้สะท้อนรายได้จริง
สิ่งเหล่านี้จะเล่าละเอียดในบทความ ขอสินเชื่อไม่ผ่านแล้วทำยังไงดี? วางแผน 6–12 เดือนเพื่อยื่นสินเชื่อไม่ใช้หลักประกันรอบสอง
มองหาเครื่องมือการเงินตัวอื่นช่วยเสริมสภาพคล่อง
Factoring/โอนสิทธิรับเงิน: เหมาะเมื่อไหร่ และต้องเตรียมอะไร
Packing Credit/PO Finance: ใช้ PO/L/C ให้กลายเป็นสภาพคล่อง
ใช้ Clean Loan ควบคู่ Factoring และ PO Finance เสริมสภาพคล่อง SME
เป้าหมายคือ “ให้ธุรกิจเดินต่อได้” ระหว่างที่กำลังจัดบ้านเพื่อยื่นสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันในรอบถัดไป
แม้สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันจะเป็นโอกาสที่ดี แต่ถ้าใช้แบบไม่มีแผน ก็อาจกลายเป็นภาระได้เช่นกัน
หลักคิดคือพยายามให้เงินกู้ไปอยู่ในเรื่องที่ทำให้ธุรกิจ “โตขึ้น” เช่น
เพิ่มกำลังการผลิต
ขยายสาขา
ลงทุนในทีมขายหรือการตลาดที่วัดผลได้
เพิ่มสต็อกสินค้าที่มีดีมานด์แน่นอน
และหลีกเลี่ยงการใช้เงินกู้ไปกับค่าใช้จ่ายส่วนตัว หรือค่าใช้จ่ายที่ไม่สร้างรายได้กลับมา
ก่อนกู้ ลองทำภาพง่าย ๆ ว่า
ถ้าได้วงเงินก้อนนี้มา ธุรกิจจะมีค่าใช้จ่ายรวมต่อเดือนเท่าไร
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานปกติพอจ่ายค่างวดแบบไม่เครียดไหม
ถ้าขายได้น้อยกว่าคาด 10–20% ยังอยู่รอดไหม
การทำ Forecast เงินสดล่วงหน้า 6–12 เดือน ถึงจะคร่าว ๆ แต่ช่วยให้ตัดสินใจได้อย่างมีสติ
ถึงรอบแรกจะได้วงเงินไม่สูงมาก แต่ถ้าใช้วงเงินอย่างมีวินัย จ่ายตรงเวลา เดินบัญชีสวย ต่ออนาคตคุณจะมีฐานที่ดีขึ้นมากเวลาขอเพิ่มวงเงิน หรือขอสินเชื่อประเภทอื่น
สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ใช่คำตอบของทุกคน แต่เป็นเครื่องมือที่ทรงพลังมากสำหรับเจ้าของกิจการที่
มีธุรกิจเดินอยู่จริง
มีรายได้เข้า–ออกบัญชีชัดเจน
พร้อมจะค่อย ๆ ปรับงบ ภาษี สเตทเมนต์ ให้สะท้อนศักยภาพของธุรกิจ
ก่อนตัดสินใจ คุณอาจถามตัวเองซ้ำอีกครั้งว่า
เข้าใจแล้วหรือยังว่า สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์คืออะไร
ธุรกิจของเราจัดอยู่ในกลุ่มที่เหมาะกับสินเชื่อแบบนี้หรือยัง
ธนาคารเขาดูอะไรบ้าง และตอนนี้ตัวเลขของเราอยู่ตรงไหนเมื่อเทียบกับเกณฑ์
เรามองครบทั้งข้อดีและข้อควรระวังหรือยัง
ถ้าขอแล้วไม่ผ่าน เรามีแผน 6–12 เดือนเพื่อกลับมายื่นใหม่อย่างแข็งแรงขึ้นหรือไม่
ถ้ารู้สึกว่ายังตอบคำถามเหล่านี้ได้ไม่ชัด หน้าลูกในชุดเดียวกัน เช่น
ประเภทสินเชื่อไม่มีหลักประกันสำหรับ SME: Term/OD/Micro/Franchise ในหน้า สินเชื่อธุรกิจประเภทไม่มีหลักประกันสำหรับเจ้าของกิจการ
Roadmap 12 เดือน ก่อนยื่นขอสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน
จากที่เล่ามาทั้งหมดจะเห็นว่า การขอสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ดวง” แต่ขึ้นอยู่กับการเตรียมตัวหลายด้านครบพร้อม ทั้งยอดขาย กำไร กระแสเงินสด การเดินบัญชี DSCR รวมถึงภาพรวมเครดิตของเจ้าของกิจการเอง ซึ่งเจ้าของธุรกิจจำนวนมาก “ทำธุรกิจเก่ง แต่ไม่ได้มีเวลาศึกษารายละเอียดด้านสินเชื่อเชิงลึก” ตรงนี้เองที่ทีมที่ปรึกษาด้านจัดหาเงินทุนของ Siam Prime Capital เข้ามาช่วยต่อจิ๊กซอว์ให้เต็มภาพ
วิเคราะห์ศักยภาพการกู้แบบรายเคส
ทีมงานช่วยดูยอดขายจริง โครงสร้างต้นทุนกำไร กระแสเงินสด ภาระหนี้เดิม และพฤติกรรมการเดินบัญชี เพื่อตอบให้ได้ก่อนว่า “ตอนนี้ธุรกิจคุณอยู่โซนเสี่ยง หรือโซนที่มีโอกาสอนุมัติสูง”
วางแผนปรับตัวเลขและพฤติกรรมการเงินให้เข้าเกณฑ์ธนาคาร
ไม่ใช่แค่บอกว่าผ่านหรือไม่ผ่าน แต่ช่วยวาง Roadmap ให้ว่า ภายใน 3–6–12 เดือน ควรปรับโครงสร้างหนี้ เดินบัญชี เก็บเอกสาร หรือจัดการงบ/ภาษีอย่างไร เพื่อให้ตัวเลขในระบบสื่อสารศักยภาพจริงของกิจการ
เลือกประเภทสินเชื่อและผู้ให้กู้ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณ
ช่วยเปรียบเทียบว่าธุรกิจของคุณเหมาะกับ Clean Loan, วงเงินหมุนเวียน, OD, Micro SME, Franchise Loan หรือโปรแกรมร่วมกับภาครัฐ รวมถึงช่วยคัดสรรธนาคาร/สถาบันการเงินที่ “เข้าทางโปรไฟล์ธุรกิจ” เพื่อลดการยื่นส่งมั่วแล้วโดนปฏิเสธซ้ำ ๆ
ช่วยเตรียมเอกสารและ Story ของธุรกิจให้เข้าใจง่ายในสายตาเจ้าหน้าที่สินเชื่อ
ตั้งแต่การสรุปภาพธุรกิจ กลุ่มลูกค้า จุดแข็ง–จุดอ่อน ไปจนถึงเหตุผลการขอวงเงินและแผนใช้เงินกู้ เพื่อให้เจ้าหน้าที่เห็นภาพเดียวกับที่เจ้าของกิจการเห็น ไม่ใช่แค่ตัวเลขกระจัดกระจายบนกระดาษ
ถ้าคุณกำลังคิดจะขอ สินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน แต่ยังไม่แน่ใจว่าธุรกิจพร้อมแค่ไหน หรือต้องการคนช่วยคิดวางแผนให้เป็นขั้นเป็นตอน
➡️ คุณสามารถติดต่อทีมงาน Siam Prime Capital ผ่านเว็บไซต์ เพื่อขอรับคำปรึกษาเบื้องต้นได้ ฟรี และนำข้อมูลที่ได้ไปใช้ตัดสินใจด้วยตัวเองอย่างมั่นใจมากขึ้น
เนื้อหาในบทความนี้อ้างอิงจากแนวทางและข้อมูลสาธารณะเกี่ยวกับสินเชื่อธุรกิจ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน สภาพแวดล้อมทางการเงินของ SME ไทย รวมถึงบทบาทของหน่วยงานรัฐและสถาบันการเงินที่เกี่ยวข้อง ผู้อ่านที่ต้องการศึกษาต่อในเชิงลึกสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งต่อไปนี้
ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand) : ใช้เป็นกรอบความรู้ด้านการเงิน/หนี้/ต้นทุนสินเชื่อ และมุมคุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน เพื่อช่วยผู้ประกอบการประเมินความเหมาะสมของภาระหนี้ก่อนยื่นสินเชื่อ และเข้าใจสิทธิ/แนวทางร้องเรียนเมื่อมีข้อพิพาท
สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) : ใช้ติดตามสถานการณ์ SME/มาตรการสนับสนุน/โครงการรัฐ เพื่อช่วยผู้ประกอบการเลือกช่องทางเงินทุนหรือโครงการที่เหมาะกับประเภทธุรกิจในช่วงเวลานั้น
บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) : เป็น “กลไกค้ำประกัน” เพื่อลดความเสี่ยงของผู้ให้กู้ ทำให้บางธุรกิจที่ไม่มีหลักทรัพย์เพียงพอ สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้ง่ายขึ้นหรือได้เงื่อนไขดีขึ้น
ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (SME D Bank) : เป็นแหล่งข้อมูลผลิตภัณฑ์สินเชื่อ SME และแนวทางสนับสนุนผู้ประกอบการ โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อธุรกิจรายย่อย/กลุ่มเฉพาะ ช่วยให้ผู้ประกอบการเทียบทางเลือกให้ตรงโปรไฟล์
Q1: สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569 ต้องมียอดขายเท่าไรถึงยื่นได้?
A: โดยทั่วไปไม่มีตัวเลขตายตัว แต่ธุรกิจที่ยอดขายเริ่มตั้งแต่ระดับที่ “สเตทเมนต์และภาษีสะท้อนรายได้จริง” และมีกำไร/กระแสเงินสดพอรองรับค่างวด จะคุยกับธนาคารง่ายขึ้น จุดสำคัญคือ “ความสม่ำเสมอ” และ “เหลือพอผ่อนแบบมี buffer”
Q2: ปี 2569 ถ้าเครดิตเคยสะดุด ยังขอสินเชื่อไม่มีหลักประกันได้ไหม?
A: มีโอกาสได้ แต่ธนาคารมักดู “เหตุผล + ความต่อเนื่องในการกลับมาชำระตรงเวลา” และภาระหนี้รวม ถ้ายื่นแบบลองผิดลองถูกหลายแห่งพร้อมกัน อาจทำให้ภาพความเสี่ยงสูงขึ้น ควรวางแผนและเตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่น
Q3: สินเชื่อ SME ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน 2569 เหมาะกับ OD หรือ Term Loan มากกว่ากัน?
A: ถ้าต้องการเงินหมุนเวียนระยะสั้นและมีรายรับเข้าออกสม่ำเสมอ OD มักเหมาะกว่า แต่ถ้าต้องการลงทุนที่มีแผนคืนเงินชัด เช่น ซื้อเครื่องจักร/ขยายกำลังผลิต Term Loan มักตอบโจทย์กว่า—เลือกตาม “วัตถุประสงค์ + กระแสเงินสด” เป็นหลัก