เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
ถ้าคุณเป็นเจ้าของร้าน/พ่อค้าแม่ค้า และกำลังมอง สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร สิ่งที่ต้องทำก่อนคือ “แปลคำนี้ให้ถูก” แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะยื่นแบบไหนถึง ปลอดภัย และ ทำให้ร้านเดินต่อได้ ไม่ใช่ได้เงินฟรีชั่วคราวแล้วกลายเป็นภาระระยะยาว
บทความนี้ไม่ได้พยายามบอกให้คุณ “กู้หรือไม่กู้” แต่จะให้เครื่องมือ 3 อย่างที่ใช้ได้ทันที:
แยกให้ออกว่า สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร แบบไหน “อยู่ในระบบ” ควรเป็นตัวเลือกของกิจการคุณ
เช็กลิสต์ 4 จุดที่ช่วยกรองความเสี่ยง (โดยเฉพาะกรณีที่มีคนชวน กู้เงินด่วน / สินเชื่อเงินด่วน)
แนวทางจัดโปรไฟล์ร้านให้ธนาคาร/สถาบันการเงิน “อ่านออก” เพื่อเพิ่มโอกาสขอ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า หรือ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก แม้เครดิตเคยมีรอยด่าง
ถ้าคุณกำลังรีบใช้เงิน: ให้เริ่มจาก “เช็กลิสต์กันพลาด” ในหัวข้อ 4 ก่อน แล้วค่อยย้อนกลับมาอ่านรายละเอียด
บทความนี้จะช่วยแยกให้ชัดว่า
เช็กลิสต์: จะรู้ได้ยังไงว่าเป็นสินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า “ถูกกฎหมาย”
วิธีเตรียมตัวให้โปรไฟล์ร้านดูดีพอสำหรับสินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก
สรุป: อ่าน “ไม่เช็คบูโร” ให้ขาด แล้วเลือกทางที่ร้านไม่เจ็บระยะยาว
ควรอ่านบทนี้คู่กับบทอื่นที่เกี่ยวข้อง
สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า, สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร
ก่อนจะไปต่อ ผมขอให้คุณจำแค่ 3 กล่องนี้ (อ่านจบแล้วคุณจะกรองโฆษณาได้เร็วขึ้นมาก)
(1) ยังเช็คบูโร แต่ “ผ่อนปรน” บางจุด
ผู้ให้กู้ยังดูข้อมูลเครดิต แต่ให้น้ำหนักกับ “รายได้ร้านปัจจุบัน” มากขึ้น เช่น เงินเข้าบัญชีสม่ำเสมอ ยอดขายชัด หรือมีหลักฐานการค้าจริง
แบบนี้คือแนว สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า ในระบบที่ “มีโอกาส” ถ้าเตรียมตัวถูกทาง
(2) ไม่ใช้บูโรเป็นด่านแรก แต่ประเมินจากอย่างอื่นแทน
เช่น กระแสเงินสดเข้าร้าน ประเภทธุรกิจ ความสม่ำเสมอของยอดโอน แล้วค่อยเอาบูโรมาเป็นข้อมูลประกอบ
แบบนี้มักพบในผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบสำหรับ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก
(3) ใช้คำว่า “ไม่เช็คบูโร” เป็นเหยื่อล่อ
ถ้าข้อเสนอมาในรูปแบบ “อนุมัติทุกคน”, “ไม่ดูอะไรเลย”, “โอนค่าดำเนินการก่อน” ให้ถือว่าเป็นสัญญาณอันตราย และต้องไปหัวข้อ 4 ทันที
เพราะคำว่า กู้เงินด่วน / สินเชื่อเงินด่วน มักถูกใช้ปะปนในทางที่เสี่ยง
จากตรงนี้ เราจะไล่ทีละข้อให้คุณ “ตัดสินใจได้แบบมีหลัก” ไม่ใช่ตัดสินใจจากความหวังอย่างเดียว
สำหรับสินเชื่อในระบบ คำว่า “ไม่เช็คบูโร” แทบจะไม่เคยหมายถึง “ไม่สนใจประวัติเครดิตเลย”
แต่ส่วนใหญ่จะหมายถึงอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
สถาบันการเงินบางที่ยังดึงข้อมูลเครดิตบูโรเหมือนเดิม แต่…
ให้ความสำคัญกับ “ยอดขาย–รายได้ปัจจุบัน” ของร้านมากกว่า
มองว่าคนค้าขายอาจเคยพลาดช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้ฟื้นตัวแล้ว
ใช้ข้อมูลอื่นประกอบ เช่น Statement บัญชีร้าน, ประวัติยอดขายออนไลน์ ฯลฯ
กรณีนี้ พูดให้ถูกควรเป็น “สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าที่ผ่อนปรนเรื่องบูโร” มากกว่า “ไม่เช็คบูโรเลย”
บางผลิตภัณฑ์ดูจาก
กระแสเงินสดเข้าร้าน (เงินเข้าบัญชีทุกเดือน)
ประเภทกิจการ และอายุธุรกิจ
ความสม่ำเสมอของยอดโอนจากลูกค้า
แล้วค่อยใช้บูโรเป็น “ข้อมูลประกอบ” ไม่ใช่ “ด่านคัดคนออกตั้งแต่ต้น”
ตรงนี้โยงกับแนวคิดใน สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า, สินเชื่ออนุมัติง่าย, และ สินเชื่ออนุมัติง่าย ไม่เช็คภาระหนี้
อันนี้น่ากลัวที่สุด มักใช้ข้อความว่า
“กู้ได้ทุกคน ไม่เช็คบูโร ไม่ดูอะไรเลย”
“แค่มีร้านค้าหรือเพจขายของ ก็โอนได้ทันที”
“พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน ดอกถูกกว่าที่อื่นแน่นอน”
แต่เบื้องหลังอาจเป็น
ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย
สัญญาไม่โปร่งใส
หรือเป็นการหลอกให้โอน “ค่าดำเนินการ” แล้วเชิดเงินหนี
สรุปหัวข้อ 1: ถ้าคุณเห็นคำว่า สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร ให้ตั้งหลักว่า “ในระบบมักผ่อนปรน ไม่ได้ไม่ดูเลย” และถ้าเจอเงื่อนไขให้โอนก่อน ให้ถือเป็นสัญญาณถอยทันที
กลุ่มนี้ต้องเอาแนวทางใน ตรวจสอบรายชื่อมิจฉาชีพ เงินกู้, เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน, และ เงินด่วนนอกระบบ โอนเข้าบัญชี มาใช้เช็กทุกครั้ง
คำว่า สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร ในมุมสินเชื่อถูกกฎหมาย มักไปโฟกัสเคสประมาณนี้
ตัวอย่างเช่น
เคยค้างผ่อนบัตรหรือสินเชื่อช่วงโควิด แต่ตอนนี้ร้านขายดีขึ้น
ปิดหนี้เสียบางก้อนแล้ว เหลือหนี้ที่จ่ายตรงเวลา
สถาบันการเงินบางรายจะดูว่า
ยอดขาย 6–12 เดือนล่าสุดเป็นอย่างไร
เงินเข้าบัญชีร้านสม่ำเสมอไหม
มีสัญญาณว่าร้าน “ตั้งตัวได้” แล้วหรือยัง
เคสนี้ควรอ่านควบคู่กับ สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร, สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร, และ กู้เงิน ไม่เช็คบูโร
ถ้าคุณ
เคยมีหนี้เสีย แล้วปิดบัญชีไปแล้ว
ปัจจุบันขายของมีกำไรค่อนข้างแน่นอน
ไม่มีหนี้เสียใหม่เกิดขึ้นซ้ำ ๆ
บางเจ้าอาจมองว่า “ความเสี่ยงลดลง” เมื่อเทียบกับคนที่ยังมีหนี้เสียสด ๆ หลายก้อน
ถ้ามีทรัพย์สิน เช่น รถ/ที่ดิน/บ้าน มาเป็นหลักประกันประกอบกับ
ยอดขายร้านอยู่ในเกณฑ์ดี
กระแสเงินสดพอสำหรับผ่อนชำระ
ก็มีโอกาสเข้าถึงสินเชื่อแบบมีหลักประกัน ที่ผ่อนปรนเรื่องบูโรมากกว่าสินเชื่อส่วนบุคคลปกติ (แต่ต้องชัดเจนว่าถ้าผ่อนไม่ไหว ทรัพย์นั้นมีโอกาสถูกยึดได้จริง)
สรุปหัวข้อ 2: “ติดบูโร” ไม่ได้แปลว่า “หมดสิทธิ์” เสมอไป โอกาสจะเพิ่มขึ้นมากถ้าคุณทำให้ผู้ให้กู้เห็นว่า “ปัจจุบันร้านฟื้นแล้ว และพฤติกรรมใหม่เริ่มดีต่อเนื่อง”
ผมเคยดูเคส “แม่ค้าออนไลน์ขายเสื้อผ้า” ที่เคยค้างชำระบัตรเครดิตช่วงโควิดจนมีรอยด่างในบูโร แต่ร้านยังเดินอยู่จริง—ยอดขาย 3 เดือนล่าสุดเฉลี่ย 110,000–150,000 บาท/เดือน (เงินเข้าแทบทุกวัน) ปัญหาที่ทำให้เธอ “ไม่ผ่าน” รอบแรกไม่ใช่ยอดขาย แต่เป็นเรื่อง “ตัวเลขที่ธนาคารอ่านไม่ออก” เพราะบัญชีร้านกับบัญชีส่วนตัวปนกัน และมีเงินโอนออกเป็นก้อน ๆ แบบไม่มีคำอธิบาย
ผมให้เธอลอง “ถอดตัวเลขแบบร้านจริง” ออกมาให้เห็นภาพก่อน โดยยึดเดือนที่ยอดขาย 130,000 บาท เป็นฐาน แล้วเราเจอรูปแบบนี้:
กำไรขั้นต้น (Gross Margin) เฉลี่ยประมาณ 32% → กำไรขั้นต้นราว 41,600 บาท
ค่าโฆษณา (Ads) เดือนนั้นกดไป 18,500 บาท (ยิงวันละ 600–700 บ. ช่วงโปร)
ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม + ค่าชำระเงิน รวมประมาณ 4.2% ของยอดขาย → ราว 5,460 บาท
ค่าส่งที่ร้านช่วยออก/แพ็กของ เฉลี่ย 28 บาท/ออเดอร์ × ประมาณ 210 ออเดอร์ → ราว 5,880 บาท
ค่าใช้จ่ายจิปาถะร้าน (อุปกรณ์/คืนของ/ส่วนลด) เฉลี่ย 3,000–4,000 บาท
พอรวมแล้ว “เงินเหลือหลังค่าใช้จ่ายหลัก” อยู่แถว ๆ
41,600 – (18,500 + 5,460 + 5,880 + 3,500) ≈ 8,260 บาท/เดือน
ตรงนี้คือจุดที่หลายคนเข้าใจผิด: ยอดขายดูเยอะ แต่ถ้าค่าโฆษณาและค่าธรรมเนียมกินหนัก เงินเหลือจริงอาจไม่พอรับ “ค่างวด” ใหม่แบบปลอดภัย ต่อให้เจอคำว่า สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร ก็ไม่ได้แปลว่าจะกู้แล้วไหว
สิ่งที่เราทำใน 60 วัน ไม่ได้เริ่มจากหาเจ้า “ไม่เช็คบูโร” แต่เริ่มจากทำให้ร้าน “เหลือเงินจริง” และทำให้เอกสารเล่าเรื่องเดียวกัน:
แยกบัญชีรับเงินขายของออกจากบัญชีส่วนตัว 100%
ตั้งเพดานค่า Ads ไม่ให้เกิน 12–14% ของยอดขาย (จากเดิมเกือบ 14–15%)
ทำสรุปรายได้–รายจ่ายแบบ 1 หน้า + อธิบายรายการโอนออกให้เป็น “ค่าใช้จ่ายร้าน” ที่ตรวจสอบได้
ผลที่ได้คือเดือนถัดมาเธอลด Ads ลงเหลือ 14,900 บาท และเพิ่มมาร์จิ้นต่อบิลนิดเดียว (ปรับโปร/คุมส่วนลด) ทำให้เงินเหลือหลังค่าใช้จ่ายขยับไปแถว 14,000–16,000 บาท/เดือน ซึ่ง “คุยเรื่องค่างวด” ได้คนละเรื่องกับก่อนหน้า
บทเรียนที่ผมสรุปจากเคสนี้: พ่อค้าแม่ค้าที่ติดบูโรจำนวนมากไม่ได้แพ้ที่ยอดขาย แต่แพ้ที่ 2 จุด—(1) เงินเหลือจริงหลังค่าใช้จ่ายยังบาง และ (2) สเตทเมนต์เล่าเรื่องไม่ชัด ถ้าจัด 2 จุดนี้ให้ดี คำว่า “ไม่เช็คบูโร” จะกลายเป็น “ผ่อนปรนได้” มากกว่าจะเป็นกับดักให้ไปจบที่ สินเชื่อเงินด่วน/กู้เงินด่วน ที่เสี่ยงกว่า
สำหรับพ่อค้าแม่ค้า คำว่า “ไม่เช็คบูโร” มีแรงดึงดูดสูงมาก เพราะรู้สึกว่าตัวเองถูกระบบกดทับอยู่แล้ว แต่ถ้าใจร้อนเกินไป อาจเจอความเสี่ยงเหล่านี้
เงินกู้นอกระบบจำนวนมาก
คิดดอกเป็นรายวัน/รายสัปดาห์
ถ้าคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีแล้ว สูงผิดปกติ
ผลคือ แม้ร้านขายดีแค่ไหน กำไรแทบทั้งหมดถูกดอกเบี้ยกินไป เหนื่อยทำทั้งเดือนแต่เหลือเงินน้อยมาก
บางรายใช้แค่แชตไลน์ หรือกระดาษเขียนลวก ๆ ไม่มีอัตราดอกเบี้ย–ค่าปรับที่ระบุชัดเจน ทำให้ผู้กู้เสียเปรียบทุกทาง หากมีปัญหาก็ยากจะต่อรอง
เงินกู้นอกระบบจำนวนไม่น้อย
โทรตามถี่
ใช้วิธีกดดัน หรือข่มขู่
บางรายประจานผ่านโซเชียล หรือหน้าร้าน
ส่งผลโดยตรงต่อชื่อเสียงร้าน และความเครียดของเจ้าของ
รูปแบบคลาสสิกคือ
โฆษณาว่า “อนุมัติแน่นอน ไม่เช็คบูโร”
ขอเอกสาร + ข้อมูลส่วนตัว
บอกว่า “ผ่านแล้ว เหลือแค่โอนค่าดำเนินการ/ค่าประกันก่อน”
พอโอนแล้ว บล็อกหนี
กรณีนี้ต้องใช้แนวทางใน ตรวจสอบรายชื่อมิจฉาชีพ เงินกู้, เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน, และ เงินด่วนนอกระบบ โอนเข้าบัญชี มาช่วยกรองทุกครั้งก่อนโอนเงินให้ใคร
ทุกครั้งที่เห็นคำว่า สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร หรือคำใกล้เคียง ลองเช็ก 4 ข้อนี้ก่อน
มีชื่อบริษัท/นิติบุคคลชัด
มีที่ตั้งสำนักงานที่ตรวจสอบได้
มีเว็บ/เอกสารทางการ ไม่ใช่แค่เพจหรือไลน์ส่วนตัว
แล้วใช้แนวคิดจาก สินเชื่อถูกกฎหมาย ไม่เช็คบูโร และ กู้เงินถูกกฎหมายไม่เช็คบูโร ต้องเช็กอะไรบ้างก่อนโอนสักบาท มาช่วยเทียบ
ผู้ให้กู้ในระบบควรอธิบายได้ว่า
ดอกเบี้ยคิดเท่าไร ต่อปี
มีค่าจัดการ/ค่าธรรมเนียมอะไรบ้าง
กรณีจ่ายช้าคิดค่าปรับอย่างไร
ถ้าไม่มีคำตอบชัด ๆ หรือบ่ายเบี่ยงว่า “เดี๋ยวเซ็นก่อนค่อยบอก” ให้ตั้งธงไว้ก่อนว่าไม่น่าไว้ใจ
ถ้ามีการขอ
ค่ามัดจำ
ค่าดำเนินการล่วงหน้า
ค่าประกันวงเงิน
โดยที่ยังไม่เห็นสัญญาชัดเจน ให้ถอยทันที และย้อนกลับไปอ่าน เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน
ก่อนโอนเงิน ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปเช็กตามแนวทางใน ตรวจสอบรายชื่อมิจฉาชีพ เงินกู้
ถ้าเคยมีเคสถูกแจ้งว่าโกง หรืออยู่ในลิสต์เตือนภัย อย่าเสี่ยงทดลองด้วยตัวเอง
ถ้าคุณรู้ตัวว่าติดบูโร แต่ไม่อยากออกนอกระบบ
สิ่งที่ควรทำ คือใช้แนวคิดจาก สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร, สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร, และ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า มาจัดบ้านตัวเองก่อน
แยกบัญชีร้านกับบัญชีใช้ส่วนตัว
ให้ลูกค้าโอนเข้าบัญชีร้านให้เยอะขึ้น
พยายามให้ยอดขายวิ่งเข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ
Statement ที่ชัดจะกลายเป็น “หลักฐานสำคัญ” ในการกู้
ทำสรุปรายรับ–รายจ่าย 6–12 เดือนล่าสุด
แสดงให้เห็นว่าร้านกำลังเติบโตหรือคงที่
ถ้ามียอดขึ้น–ลง ให้มีคำอธิบายที่สมเหตุสมผล (เช่น โลว์ซีซัน, ปรับปรุงร้าน ฯลฯ)
สิ่งนี้ทำให้เราเข้าเกณฑ์ของ สินเชื่ออนุมัติง่าย และสินเชื่อธุรกิจบางประเภทได้มากขึ้น
ตามแนวคิดใน สินเชื่อไม่เช็คภาระหนี้ และ สินเชื่ออนุมัติง่าย ไม่เช็คภาระหนี้
ลดการใช้บัตรเครดิตที่ดอกแพง
ปิดหนี้ก้อนเล็ก ๆ เท่าที่ทำได้
พยายามไม่สร้างหนี้ใหม่ที่ไม่จำเป็น ก่อนกู้เพื่อธุรกิจ
เพื่อให้ DSR หรือสัดส่วนหนี้ต่อรายได้อยู่ในระดับที่ผู้ให้กู้รับได้
สำหรับคนที่เคยมีหนี้เสีย
พยายามเคลียร์หรือปรับโครงสร้างหนี้ให้เข้าที่
ชำระตรงเวลาต่อเนื่อง
อย่าให้มี “หนี้เสียใหม่” เพิ่มขึ้นมาอีก
เมื่อเวลาผ่านไป ประวัติใหม่ที่ดีจะช่วยให้บทอย่าง กู้เงิน ไม่เช็คบูโร, เงินกู้ไม่เช็คบูโร มีจริงแค่ไหน? วิธีเช็กให้ไม่เสี่ยง และ สินเชื่อถูกกฎหมาย ไม่เช็คบูโร กลายเป็น “โอกาสจริง” ไม่ใช่แค่ทฤษฎี
ในโลกของ สินเชื่อ ถูก กฎหมาย คำว่า สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร
มักหมายถึง “เน้นดูยอดขาย–รายได้ปัจจุบัน และผ่อนปรนเรื่องบูโรในบางกรณี”
ไม่ใช่ “ไม่มีการประเมินความเสี่ยงเลย”
สิ่งที่ต้องระวังคือข้อเสนอที่บอกว่า
“ไม่เช็คอะไรทั้งนั้น อนุมัติทุกคน โอนเงินให้ก่อน”
เพราะมักพาไปสู่เงินกู้นอกระบบ ดอกแพง หรือมิจฉาชีพที่หลอกโอนเงิน
ถ้าเป็นพ่อค้าแม่ค้าติดบูโรแล้วอยากอยู่ในระบบ
ควรใช้ความรู้จาก สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร, สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร, สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า, กู้เงิน ไม่เช็คเครดิต, สินเชื่ออนุมัติง่าย, สินเชื่ออนุมัติง่าย ไม่เช็คภาระหนี้, และ สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย อาชีพอิสระ
มาช่วยปรับโปรไฟล์ตัวเอง
และต้องไม่ลืมใช้บทเตือนภัยอย่าง ตรวจสอบรายชื่อมิจฉาชีพ เงินกู้, เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน, เงินด่วนนอกระบบ โอนเข้าบัญชี เป็น “เกราะป้องกัน” ทุกครั้งก่อนโอนเงินให้ใคร
มีในความหมายว่า “ผ่อนปรน/ไม่ใช้บูโรเป็นด่านแรก” แต่ในระบบแทบไม่ใช่ “ไม่ดูประวัติเลย” ผู้ให้กู้ยังต้องประเมินความเสี่ยงจากรายได้ กระแสเงินสด และข้อมูลประกอบอื่น ๆ
มีโอกาส โดยเฉพาะเคสที่ร้านฟื้นแล้ว มีเงินเข้าบัญชีสม่ำเสมอ และไม่มีหนี้เสียใหม่เกิดซ้ำ การเตรียมสเตทเมนต์/สรุปรายได้รายจ่ายช่วยเพิ่มโอกาสมาก
เช็กก่อนว่า “มีการให้โอนเงินก่อนหรือไม่” ถ้ามีค่าดำเนินการ/ค่าประกันล่วงหน้าโดยยังไม่เห็นสัญญาชัด ให้ถอยทันที
เริ่มจากแยกบัญชีร้าน ทำให้รายได้เข้าบัญชีสม่ำเสมอ และสรุปรายได้–รายจ่ายย้อนหลัง 6–12 เดือนให้ธนาคารอ่านง่าย
เมื่อมองครบทั้ง “ด้านสว่าง” และ “ด้านมืด” ของคำว่า
สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร
เราจะไม่ใช่คนที่เดินเข้าหาแหล่งเงินด้วยความหวังอย่างเดียว แต่เป็นคนที่ถือ “ข้อมูล” ไปต่อรอง และเลือกใช้สินเชื่อเป็นเครื่องมือให้ธุรกิจโตอย่างมั่นคง แทนที่จะกลายเป็นภาระหนี้ที่ลากร้านให้จมไปด้วยครับ