เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
ถ้าคุณกำลังค้นหา สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร หรือ สินเชื่อสำหรับผู้ติดบูโร เพราะเคยพลาดค้างชำระช่วงชีวิตสะดุด —รายได้หาย เจ็บป่วย ธุรกิจสะดุด หรือโดนลูกค้าจ่ายช้า—คุณไม่ได้แปลว่าคุณ “หมดโอกาส” เสมอไป
แต่จากที่ผมเจอในเคสจริงหลายครั้ง “คำว่าไม่เช็คบูโร” มักถูกเข้าใจผิด 2 แบบสุดโต่ง:
บางคนคิดว่า ไม่ดูอะไรเลยก็ปล่อยกู้ (ซึ่งแทบไม่เกิดกับผู้ให้กู้ถูกกฎหมาย)
บางคนเชื่อโฆษณาจนยอมโอนเงินก่อน แล้วกลายเป็นเหยื่อ
บทความนี้จะพาคุณแยกให้ออกว่า “ไม่เช็คบูโร” หมายถึงอะไร ผู้ให้กู้ดูอะไรแทน และคุณควรเตรียมตัวยังไงเพื่อเพิ่มโอกาสอนุมัติแบบไม่พาตัวเองออกนอกระบบ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจอย่างเป็นระบบว่า
ถ้าคุณอยากเห็นภาพรวมทั้งหมด ตั้งแต่วิธีอ่านเครดิตบูโร ไปจนถึงทางเลือกที่ปลอดภัยสำหรับคนเครดิตไม่สวย ผมสรุปไว้ในหน้าแม่ “สินเชื่อสำหรับผู้ติดบูโร” (อ่านก่อนจะทำให้ตัดสินใจง่ายขึ้น)
ในทางปฏิบัติ ผู้ให้กู้ที่ถูกกฎหมายแทบทั้งหมด “ต้องประเมินความเสี่ยงด้านเครดิต” ของผู้กู้เสมอ เพราะการปล่อยสินเชื่อคือการนำเงินของสถาบันการเงินและผู้ฝากเงินไปใช้ จึงไม่สามารถปล่อยกู้โดยไม่ประเมินอะไรเลยได้
ดังนั้น เมื่อเห็นคำว่า “สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร” เราจำเป็นต้องตีความอย่างระมัดระวัง เพราะในโลกจริงโดยทั่วไป มักหมายถึงอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
ผู้ให้กู้บางรายยังดึงข้อมูลเครดิตบูโรอยู่ แต่ “ให้ความสำคัญ” กับปัจจัยอื่นมากกว่า เช่น
รายได้และกระแสเงินสดปัจจุบัน
ประวัติการเดินบัญชี
หลักประกันที่นำมาค้ำ
ความต่อเนื่องของธุรกิจหรืออาชีพ
แปลไทยๆ: บูโรอาจเป็น “ข้อมูลประกอบ” ไม่ใช่ “ตัวตัดสินจบเกม”
บางผลิตภัณฑ์อาจเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยมีปัญหาในอดีต แต่ตอนนี้ฟื้นตัวแล้ว เช่น
เคยค้างชำระช่วงโควิด แต่ปัจจุบันมีงานประจำหรือกิจการมั่นคง
ปิดหนี้เสียแล้ว และไม่มีการผิดนัดใหม่ในช่วงระยะเวลาหนึ่ง
ในกรณีนี้ ผู้ให้กู้จะมองภาพรวมของรายได้ปัจจุบัน ร่วมกับพฤติกรรมการชำระหนี้ช่วงหลัง ซึ่งโยงกับแนวคิดในบท สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร โดยตรง
กรณีนี้ต้องระวังมากที่สุด ข้อความเช่น
“อนุมัติทุกอาชีพ ไม่เช็คบูโร ไม่เช็คเครดิต”
“ใช้บัตรประชาชนใบเดียว ไม่ดูอะไรทั้งนั้น โอนเงินให้ก่อน”
มักสัมพันธ์กับเงินกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยเกินกฎหมาย หรือรูปแบบหลอกลวงให้โอนเงินค่าดำเนินการล่วงหน้า ซึ่งควรตรวจสอบผ่าน ตรวจสอบรายชื่อมิจฉาชีพ เงินกู้ และอ่านประกอบกับ เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน และ เงินด่วนนอกระบบ โอนเข้าบัญชี
ผมเจอคนที่ค้นคำว่า “สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร” ด้วยเหตุผลเดียวกันแทบทุกครั้ง คือ “อยากได้ทางออกเร็ว” เพราะเคยค้างชำระช่วงชีวิตสะดุด แล้วกลัวว่าถ้าไปยื่นกับเจ้าปกติจะเสียเวลาเปล่า
แต่จากที่ผมไล่ดูเอกสารลูกค้ามาหลายสิบเคส สิ่งที่ทำให้ “กู้ไม่ได้” ส่วนใหญ่ไม่ใช่บูโรอย่างเดียวครับ มันมักเป็น 3 เรื่องที่ซ่อนอยู่ใต้คำว่า “ติดบูโร”
กระแสเงินสดไม่เล่าเรื่อง — เงินเข้าจริง แต่เข้ากระจายหลายบัญชี/หลายช่องทางจนคนปล่อยกู้จับรูปแบบไม่ได้
ภาระผ่อนต่อเดือนสูงกว่าที่เจ้าตัวคิด — หลายคนจำยอดหนี้ได้ แต่ไม่เคยนั่งรวม “ค่างวดทั้งหมด” แบบตัวเลขจริง
รีบจนหลุดขั้นตอนความปลอดภัย — พอเห็นคำว่า “เงินกู้ด่วน / กู้เงินด่วน” ก็ยอมส่งข้อมูล/โอนก่อน ทั้งที่ยังไม่เห็นสัญญา
ตอนผมเริ่มทำงานสายนี้ใหม่ ๆ ผมเองก็เคยคิดว่า “ติดบูโร = จบ” แต่พอเห็นเคสฟื้นจริง ๆ ผมถึงรู้ว่า ถ้าเราทำให้ “ปัจจุบัน” ของเราอ่านง่ายขึ้น โอกาสมันเปิดได้เยอะกว่าที่คิด
เมื่อผู้ให้กู้แขวนป้ายว่า “ไม่เช็คบูโร” หรือ “เน้นดูอย่างอื่น” ปัจจัยที่มักถูกนำมาใช้ประกอบ แทนการดูเฉพาะประวัติเครดิต มีดังนี้
รายการเดินบัญชีธนาคารย้อนหลัง 3–6 เดือน
ยอดเงินเข้าบัญชีเป็นประจำ (เงินเดือน / รายได้จากการขาย)
รูปแบบรายรับ–รายจ่ายที่ไม่สะเปะสะปะจนเกินไป
มุมปฏิบัติที่ผมใช้บอกลูกค้าบ่อย: ถ้าคุณขายของ/ทำธุรกิจ ให้ “ตั้งใจทำ Statement ให้คนอื่นอ่านรู้เรื่อง” ก่อนค่อยไปยื่นกู้ โอกาสขึ้นจริง
พนักงานประจำอาจใช้สลิปเงินเดือน + สเตทเมนต์
อาชีพอิสระ / ฟรีแลนซ์ / เจ้าของกิจการ ต้องใช้หลักฐานอื่น เช่น ใบเสร็จ ยอดขายออนไลน์ รายงาน POS
ในกรณีนี้ ควรศึกษาเพิ่มเติมจากบท สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย, สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย อาชีพอิสระ และ กู้เงิน ไม่เช็คเครดิต เพื่อวางแผนจัดเอกสารให้เหมาะกับโปรไฟล์ตนเอง
หากเป็นสินเชื่อมีหลักประกัน เช่น บ้าน ที่ดิน อาคารพาณิชย์ หรือรถยนต์ ผู้ให้กู้อาจ “ยืดหยุ่นเรื่องบูโร” ได้มากขึ้น เพราะมีทรัพย์สินรองรับ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงคือ หากผิดนัดชำระจริง ๆ ทรัพย์นั้นสามารถถูกยึดได้
แม้ในอดีตเคยมีประวัติเสีย แต่ถ้าช่วงหลัง
ชำระหนี้ตรงเวลา
ไม่มียอดค้างใหม่
มีการปรับโครงสร้างหนี้แล้วทำตามแผนได้ดี
ผู้ให้กู้ที่เน้นดูข้อมูลปัจจุบันก็อาจมองเห็นว่า “คน ๆ นี้กำลังฟื้นตัว” และพร้อมให้โอกาสมากกว่าคนที่ยังผิดนัดซ้ำ
เคสหนึ่งที่ผมจำได้แม่น เป็นร้านค้าขายของออนไลน์ รายได้เข้าบัญชีเฉลี่ย 120,000–180,000 บาท/เดือน แต่ตอนยื่นรอบแรกไม่ผ่าน ทั้งที่เจ้าตัวมั่นใจว่า “ยอดขายดี”
พอผมขอดู Statement ย้อนหลัง 6 เดือน ถึงเห็นปัญหา:
เงินเข้าเฉลี่ย วันละ 8–15 รายการ แต่เข้ามาจากหลายช่องทางแล้วถูกโอนไปหลายบัญชีทันที
มีเงินสดเข้าบ้าง แต่ไม่เคย “ฝากเข้าบัญชีเป็นก้อน” ให้เห็นเป็นรายได้
รายจ่ายธุรกิจปนรายจ่ายส่วนตัว ทำให้ดูเหมือนเงินไหลออกมั่ว
ผมให้เขาลองทำแบบง่าย ๆ แค่ 30 วัน ก่อนยื่นใหม่:
แยกบัญชี “รับเงินขาย” เป็นบัญชีหลักบัญชีเดียว
ถ้าต้องโอนไปบัญชีอื่น ให้โอนเป็นรอบ (เช่น วันละ 1 ครั้ง) พร้อมคำอธิบายรายการ
ตัดรายจ่ายส่วนตัวออกจากบัญชีธุรกิจ
ผลคือ Statement รอบถัดมา “อ่านออก” และสุดท้ายได้วงเงินที่พอหมุนสต๊อกได้ แม้ในบูโรจะมีรอยค้างเก่าก็ตาม
บทเรียนของผม: ถ้าคุณอยากได้สินเชื่อสำหรับผู้ติดบูโร “ทำให้ปัจจุบันเล่าเรื่องได้” สำคัญพอ ๆ กับการปิดหนี้เก่าเลยครับ
เคสนี้เป็นพนักงานประจำ รายได้ 35,000 บาท/เดือน เคยค้างบัตรเครดิตช่วงโควิด 2–3 เดือน แล้วเคยคิดว่าจะกู้ไม่ได้แน่
สิ่งที่ช่วยคือ เขามีหลักฐานว่า 12 เดือนหลังสุดจ่ายตรง และบัญชีเงินเดือนมีเงินคงเหลือหลังหักค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,000–7,000 บาท/เดือน
ตอนผมช่วยเขาวางแผน ผมไม่ได้เริ่มจาก “หาที่ไม่เช็คบูโร” แต่เริ่มจาก “ขอวงเงินเท่าที่ค่างวดไม่บีบชีวิต” แล้วให้เขาเตรียมเอกสารให้สะอาด ผลคือยื่นแล้วอย่างน้อย “ได้คำตอบแบบเป็นระบบ” ไม่ใช่โดนปัดแบบไม่รู้เหตุผล
เคสนี้ผมยกมาเตือนเพราะเจอซ้ำ: ลูกค้าทักมาว่า “มีคนบอกกู้เงินด่วน 10 นาที ไม่เช็คบูโร ขอแค่โอนค่าดำเนินการ 2,900”
ตอนที่เขาส่งแชตมาให้ดู ผมสังเกต 3 อย่างที่เป็นธงแดงชัดมาก:
ไม่มีชื่อบริษัท/ที่อยู่/สัญญาให้ดูก่อน
เร่งให้โอนภายในวันนั้น
ใช้คำว่า “อนุมัติชัวร์ 100%” ทั้งที่ยังไม่เห็นเอกสารอะไรเลย
ผมบอกเขาตรง ๆ ว่า “ถ้าจะเสี่ยง ให้เสี่ยงกับการยื่นแล้วไม่ผ่าน ดีกว่าเสี่ยงโอนเงินแล้วหาย” สุดท้ายเขาไม่โอน และรอดไปแบบเส้นยาแดงผ่าแปด
บทเรียนของผม: คำว่า “ด่วน” มันทำให้คนข้ามขั้นตอนความปลอดภัยง่ายที่สุด
ไม่ใช่ว่าทุกคนที่ติดบูโรจะไม่มีโอกาสกู้เลย ยังมีบางกรณีที่ผู้ให้กู้ (โดยเฉพาะที่ถูกกฎหมาย) อาจพิจารณาเป็นพิเศษ
เช่น
เคยพักชำระหนี้หรือค้างชำระช่วงรายได้หาย แต่ตอนนี้กลับเข้าทำงานประจำ
ธุรกิจกลับมาเดินสม่ำเสมอ มีรายได้มากกว่าเดิม
ถ้าแสดงให้เห็นภาพฟื้นตัวได้ชัดเจน ผ่าน Statement และเอกสารประกอบ ก็มีสิทธิ์ได้รับการพิจารณาในกลุ่ม กู้เงิน ไม่เช็คบูโร หรือ สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร ที่ผ่อนปรนมากกว่าสินเชื่อ Mass ปกติ
หากเคยปิดบัญชีที่มีปัญหาไปแล้ว และไม่มีหนี้ใหม่ที่เสียตามมาในช่วงระยะเวลาหนึ่ง บางผู้ให้กู้อาจมองว่า “ความเสี่ยงลดลง” โดยเฉพาะหากมีรายได้ปัจจุบันชัดเจน
กรณีสินเชื่อมีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ผู้ให้กู้อาจยอมรับลูกค้าที่บูโรไม่สมบูรณ์ได้มากขึ้น แต่ต้องไม่ลืมว่า ความเสี่ยงคือทรัพย์ที่นำมาค้ำอาจถูกบังคับขายได้จริง หากขาดชำระต่อเนื่อง
บางช่วงเวลา อาจมีโครงการปรับโครงสร้างหนี้ หรือโครงการกึ่งฟื้นฟูลูกหนี้จากสถาบันต่าง ๆ ซึ่งให้โอกาสคนมีประวัติไม่ดีกลับเข้าสู่ระบบ แต่เงื่อนไขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงตามนโยบาย จึงควรติดตามจากแหล่งข้อมูลทางการควบคู่กัน
ประโยคสั้น ๆ อย่าง “ไม่เช็คบูโร อนุมัติทุกอาชีพ” มีเสน่ห์มาก สำหรับคนที่รู้สึกว่าตัวเองถูกระบบปิดกั้น แต่เบื้องหลังคำสวย ๆ เหล่านี้ มีความเสี่ยงหลายด้านที่ควรระวัง
เงินกู้นอกระบบจำนวนไม่น้อยเรียกเก็บดอกเบี้ยในระดับที่สูงมาก และอาจคิดดอกแบบ “รายวัน / รายสัปดาห์” ทำให้ยอดหนี้พุ่งเร็วเกินกว่าที่คาด การไปกู้แบบนี้ เพื่อหวังทางออกจากปัญหาบูโร อาจกลายเป็นการสร้างปัญหาใหม่ที่หนักกว่าเดิม
ผู้ให้กู้บางรายอาจไม่มีสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษร ใช้เพียงข้อความสนทนาทางแชต หรือเขียนเอกสารแบบกว้าง ๆ ไม่ระบุอัตราดอกเบี้ยอย่างชัดเจน ทำให้ผู้กู้เสียเปรียบมาก
เงินกู้นอกระบบจำนวนมากใช้วิธีทวงหนี้ที่กดดัน รุนแรง หรือสร้างความอับอาย ซึ่งกระทบทั้งสภาพจิตใจ ความปลอดภัย และความสัมพันธ์ในครอบครัว
รูปแบบที่พบได้บ่อยคือ
ให้แอดไลน์ / ทักอินบ็อกซ์
บอกว่า “ไม่เช็คบูโร ไม่ดูอะไรเลย อนุมัติแน่นอน”
จากนั้นขอให้โอน “ค่าธรรมเนียม / ค่าดำเนินการ / ค่ามัดจำ” ล่วงหน้า
สุดท้าย ไม่ได้รับเงินกู้จริง และติดต่อกลับไม่ได้
ถ้าเจอประโยคแนวนี้ ให้ชะลอทันที
“ไม่เช็คบูโร ไม่เช็คเครดิต ใช้บัตรประชาชนใบเดียว”
“อนุมัติชัวร์ 100% ทุกอาชีพ ไม่ต้องใช้เอกสาร”
“กู้เงินด่วนใน 10 นาที โอนก่อนแล้วค่อยทำสัญญา”
“ไม่ต้องเซ็นสัญญา แค่โอนค่าดำเนินการก็รับเงินได้เลย”
จุดร่วม: ดูง่ายเกินจริง + เร่งตัดสินใจ + ขอเงินก่อน + ไม่พูดรายละเอียดสัญญา
สำหรับคนที่กำลังมองหาทางเลือกในกลุ่ม สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร หรือรู้ตัวว่ามีประวัติไม่สวย แนวทางปฏิบัติที่แนะนำคือ
ตรวจ เครดิตบูโร ของตนเอง
ประเมินภาระหนี้รวมต่อรายได้ (DSR) ตามแนวคิดใน สินเชื่อไม่เช็คภาระหนี้
ดูว่าควรลดหนี้ / ปรับโครงสร้างบางส่วนก่อนหรือไม่
การรู้ตัวเลขจริง จะช่วยให้เลือกประเภทสินเชื่อได้เหมาะกว่าใช้ความรู้สึกอย่างเดียว
ให้ความสำคัญกับบทและแนวคิดใน สินเชื่อถูกกฎหมาย ไม่เช็คบูโร และ กู้เงินถูกกฎหมายไม่เช็คบูโร เพื่อแยกให้ออกว่า
เจ้าไหนอยู่ภายใต้การกำกับ
ดอกเบี้ยไม่เกินเพดาน
มีสัญญาชัดเจน โปร่งใส
แม้อาจอนุมัติยากกว่าเงินกู้นอกระบบเล็กน้อย แต่ปลอดภัยกว่ามากในระยะยาว
แยกบัญชีธุรกิจกับบัญชีส่วนตัวให้ชัด
พยายามให้รายได้หลักเข้าบัญชีสม่ำเสมอ
เตรียม Statement, ใบเสร็จ, รายงานยอดขาย ให้ครบ
สิ่งเหล่านี้ช่วยเพิ่มโอกาสอนุมัติในกลุ่ม สินเชื่ออนุมัติง่าย, สินเชื่ออนุมัติง่าย ไม่เช็คภาระหนี้, สินเชื่อเงินด่วน, สินเชื่อเงินด่วน อนุมัติเร็ว และ กู้เงินด่วน ที่ยังอยู่ในระบบถูกกฎหมาย
หากคุณติดบูโรหรือกังวลเรื่องเครดิต แนะนำให้ไล่อ่านตามลำดับนี้
เข้าใจภาพรวมจาก สินเชื่อสําหรับคนติดบูโร
ทำความเข้าใจแนวคิด สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร และ กู้เงิน ไม่เช็คบูโร
ศึกษาขอบเขตของ สินเชื่อถูกกฎหมาย ไม่เช็คบูโร และ กู้เงินถูกกฎหมายไม่เช็คบูโร
ตามด้วยบทเชิงเทคนิคอย่าง กู้เงิน ไม่เช็คเครดิต, สินเชื่ออนุมัติง่าย, สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย, สินเชื่อธนาคารไหนอนุมัติง่าย อาชีพอิสระ, สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้า และ สินเชื่อพ่อค้าแม่ค้าไม่เช็คบูโร
ปิดท้ายด้วยบทเตือนภัย: ตรวจสอบรายชื่อมิจฉาชีพ เงินกู้, เงินนอกระบบได้จริงไม่โอนก่อน, เงินด่วนนอกระบบ โอนเข้าบัญชี
จะทำให้คุณ “มองเห็นภาพใหญ่” ก่อนตัดสินใจเลือกแหล่งกู้ใด ๆ
สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร ไม่ได้แปลว่าปล่อยกู้โดยไม่คิดอะไรเลย แต่ส่วนใหญ่หมายถึง
ผู้ให้กู้ใช้ปัจจัยอื่นร่วมกับบูโร
หรือผ่อนปรนเรื่องอดีต แล้วมองภาพปัจจุบันของผู้กู้มากขึ้น
สิ่งที่ควรทำไม่ใช่ “มองหาทางลัดให้ผ่านง่ายที่สุด” แต่คือ
รู้สถานะตัวเองให้ชัด
ปรับโปรไฟล์การเงินให้ดูดีในสายตาผู้ให้กู้
เลือกใช้สินเชื่อที่อยู่ในกรอบถูกกฎหมาย
และระมัดระวังโฆษณาที่อ้างว่าไม่เช็คอะไรเลย แต่แลกมาด้วยดอกเบี้ยแพงหรือการโกง
เมื่อใช้ข้อมูลจากบทความชุดนี้ประกอบการตัดสินใจ การมองหาทางเลือกในกลุ่ม สินเชื่อ ไม่เช็คบูโร ก็จะกลายเป็น “เครื่องมือ” ที่ช่วยแก้ปัญหาการเงินได้อย่างมีสติ มากกว่ากลายเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาใหม่ในอนาคตครับ
บริษัท ข้อมูลเครดิตแห่งชาติ จำกัด (National Credit Bureau: NCB/เครดิตบูโร)
ช่องทางและวิธีการขอรายงานข้อมูลเครดิต/ตรวจเครดิตบูโร (รวมช่องทางผ่าน Mobile Banking / Internet Banking) 1
ธนาคารแห่งประเทศไทย (Bank of Thailand: BOT)
บทความความรู้เกี่ยวกับ “สิทธิลูกหนี้” และข้อห้ามในการทวงถามหนี้ที่ไม่เหมาะสม (เชื่อมกับแนวป้องกันการถูกทวงหนี้รุนแรง/คุกคาม)
กฎหมาย: พระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558
ตัวบทกฎหมายฉบับเต็ม (ใช้เป็นฐานอ้างอิงเรื่องวิธีทวงหนี้ที่ชอบ/ไม่ชอบ และบทลงโทษ)
เอกสาร “สรุปสาระสำคัญ” เพื่ออ่านภาพรวมข้อห้ามและเจตนารมณ์ของกฎหมาย
คำว่า “ไม่เช็คบูโร” ส่วนใหญ่หมายถึง “ไม่ใช้บูโรเป็นตัวตัดสินหลักเพียงอย่างเดียว” แต่ยังต้องประเมินรายได้/กระแสเงินสด/ความสามารถชำระหนี้อยู่
เน้น 3 อย่าง: Statement 3–6 เดือนที่อ่านง่าย, หลักฐานรายได้/ยอดขาย, และภาพการชำระหนี้ช่วงหลังที่ดีขึ้น (ถ้ามี)
อย่าโอนเงินก่อน, ต้องมีสัญญาชัด, ระบุดอกเบี้ย/ค่าธรรมเนียมครบ, ตรวจสอบตัวตนผู้ให้กู้ได้ และไม่เร่งให้ตัดสินใจแบบผิดปกติ
มีโอกาสมากขึ้นถ้าธุรกิจมีเงินเข้า “สม่ำเสมอ” และคุณจัดเอกสาร/Statement ให้เห็นกระแสเงินสดจริง วงเงินที่ขอไม่เกินกำลังผ่อน