เขียนโดย : Editorial Team – Siam Prime Capital
ตรวจทานตามนโยบายบรรณาธิการ : นโยบายบรรณาธิการและการอัปเดตเนื้อหา
เจ้าของกิจการหลายคนเวลาเริ่มมองหาเงินทุน ก็มักเริ่มจากการ “กู้ในนามบุคคล” ก่อน เพราะรู้สึกว่าขอสินเชื่อบุคคลหรือบัตรกดเงินสดน่าจะง่ายกว่า ไม่ต้องเตรียมเอกสารเยอะเหมือนขอ สินเชื่อธุรกิจsme แต่พอใช้ไปสักพัก กลับเจอปัญหาคลาสสิก: ดอกเบี้ยสูง วงเงินไม่พอขยายกิจการ และทำให้การเงินส่วนตัวปนกับการเงินธุรกิจไปหมด (ยิ่งถ้าต้องการ เงินกู้ด่วน ก็ยิ่งเผลอเลือกทางที่แพงและเสี่ยงกว่าโดยไม่รู้ตัว)
ตรงนี้เองที่คำถามว่า “สินเชื่อsmeคือ อะไร” และ “ควรใช้สินเชื่อ SME แทนสินเชื่อบุคคลตอนไหน” กลายเป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับเจ้าของกิจการ
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า
ถ้าอยากดูภาพรวมเรื่องประเภทสินเชื่อทั้งหมดก่อน แนะนำให้อ่านคู่กับบทความหน้าแม่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME คืออะไร?
ในทางปฏิบัติ ธนาคารไม่ได้มองแค่ว่า “กู้ได้หรือไม่ได้” แต่จะถามคำถามเดียวกันเกือบทุกเคสคือ
เงินก้อนนี้ จะถูกเปลี่ยนเป็นกระแสเงินสด เพื่อกลับมาผ่อนหนี้ได้อย่างไร
จากที่เคยการจัดเตรียมเคสสินเชื่อธุรกิจ SME มากว่า 10 ปี สามารถสรุปกรอบคิดที่ธนาคารใช้จริงได้ 4 มิติ
ธนาคารจะดูจาก
ยอดขายย้อนหลัง / เงินเข้าออกบัญชีธุรกิจ
เอกสารการค้า เช่น ใบแจ้งหนี้ สัญญาซื้อขาย
ความต่อเนื่องของรายได้
จากประสบการณ์การทำเคสสินเชื่อจริง
เคสที่ “ยอดขายไม่สูงมาก แต่สม่ำเสมอ” มักเดินเร็วกว่าเคสยอดพุ่งบางเดือนแล้วหายไป เพราะธนาคารประเมินความเสี่ยงได้ง่ายกว่า
ศัพท์อย่าง กระแสเงินสด หรือ DSCR (Debt Service Coverage Ratio)
ในทางปฏิบัติหมายถึงคำถามง่าย ๆ ว่า
“หลังหักค่าใช้จ่ายแล้ว ยังเหลือเงินพอจ่ายค่างวดไหม”
ธนาคารหลายแห่งอาจไม่เรียกชื่อ DSCR ตรง ๆ แต่จะคำนวณจาก
เงินสดสุทธิต่อเดือน
ค่างวดหนี้รวม
ความผันผวนของรายได้
ในช่วงที่ธุรกิจยังไม่มีประวัติสินเชื่อในนามกิจการ
เครดิตส่วนตัวของเจ้าของ จะถูกใช้เป็นตัวสะท้อนพฤติกรรมทางการเงิน
สิ่งที่พบจากการยื่นสินเชื่อในทางปฏิบัติ
เคสที่ไม่ผ่านจำนวนมาก ไม่ได้มาจาก “เครดิตเสีย” แต่เกิดจากการเปิดสินเชื่อบุคคลหลายแห่งในช่วงเวลาใกล้กัน ทำให้ภาพรวมภาระหนี้ดูเสี่ยงเกินไป
เงินหมุนเวียน → ควรเป็นวงเงินหมุนเวียน / OD
เงินลงทุนระยะยาว → ควรเป็น Term Loan
การใช้สินเชื่อผิดประเภท มักทำให้ค่างวดไม่สอดคล้องกับรายได้จริงของธุรกิจ
ถ้ามองผิวเผิน สินเชื่อทุกประเภทเหมือนกันคือ “กู้เงินมาก่อน แล้วค่อยผ่อนคืนพร้อมดอกเบี้ย” แต่ในมุมการบริหารธุรกิจจริง ๆ สินเชื่อแต่ละแบบออกแบบมาให้ตอบโจทย์คนละอย่างกัน
เหตุผลที่เจ้าของกิจการควรรู้จักและเข้าใจ “สินเชื่อ SME” โดยเฉพาะ มีอย่างน้อย 3 ข้อ
เพื่อใช้ผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับเป้าหมายธุรกิจ
เงินทุนหมุนเวียนระยะสั้น → สินเชื่อหมุนเวียน/OD
ลงทุนเครื่องจักร/โรงงาน → Term loan / สินเชื่อเพื่อการลงทุน
ขยายสาขา ทำแฟรนไชส์ → สินเชื่อแฟรนไชส์ ฯลฯ
เพื่อไม่ให้ภาระหนี้ส่วนตัวพาธุรกิจสะดุด
ถ้าทุกอย่างใช้ชื่อบุคคลส่วนตัวกู้ไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเครดิตส่วนตัวเต็ม วงเงินเริ่มตัน และเวลาอยากใช้สินเชื่อธุรกิจจริง ๆ กลับมีพื้นที่เหลือให้กู้น้อยลง
เพื่อสร้างประวัติเครดิตของ “ธุรกิจ” ให้แข็งแรงในระยะยาว
การใช้ สินเชื่อธุรกิจ sme อย่างมีวินัย จะช่วยให้ธุรกิจมี track record ที่ดี ทำให้การขอเพิ่มวงเงินหรือขอผลิตภัณฑ์สินเชื่ออื่นง่ายขึ้นในอนาคต
สินเชื่อ SME คือสินเชื่อที่ออกแบบมาเพื่อให้ “ผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจจริง” ทั้งที่จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล หรือเป็นบุคคลธรรมดาที่มีธุรกิจส่วนตัว สามารถใช้เป็นเงินทุนในการดำเนินกิจการ เช่น
ซื้อของเข้าสต๊อก
จ่ายซัพพลายเออร์ระหว่างรอลูกค้าชำระเงิน
ลงทุนซื้ออุปกรณ์ เครื่องจักร หรือปรับปรุงร้าน
ขยายกำลังการผลิต หรือเปิดสาขาใหม่
จุดสำคัญของ เงินกู้sme คือ ผู้ให้กู้จะมอง “ภาพธุรกิจ” เป็นหลัก เช่น
ยอดขายย้อนหลัง
โครงสร้างต้นทุน
กลุ่มลูกค้า
กระแสเงินสดเข้า–ออก
งบการเงิน/สเตทเม้นต์
ศักยภาพการเติบโตของธุรกิจ
มากกว่าจะมองแค่เงินเดือนประจำหรือรายได้ส่วนตัวของเจ้าของคนเดียวแบบสินเชื่อบุคคล
ถ้าอยากดูภาพรวมประเภทสินเชื่อ SME แบบกว้าง ๆ เช่น วงเงินหมุนเวียน เทอมโลน แฟคตอริ่ง หรือ OD สามารถไปต่อที่บทความหน้าแม่ สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME คืออะไร? คู่มือฉบับเจ้าของกิจการ ได้เลย
ลองเปรียบเทียบแบบ “จับคู่ทีละข้อ” จะเห็นภาพชัดขึ้นว่าทำไมควรใช้ให้ถูกประเภท
สินเชื่อ SME / สินเชื่อเพื่อธุรกิจ
ใช้เพื่อดำเนินธุรกิจ: หมุนเวียน, ซื้อเครื่องจักร, ขยายกิจการ
เงินที่กู้มา “ควรสร้างรายได้ใหม่” ให้ธุรกิจ
สินเชื่อบุคคล
ใช้ได้ทั้งส่วนตัวและธุรกิจ (แม้จริง ๆ จะออกแบบมาเพื่อใช้ส่วนตัว)
เช่น ค่ารักษาพยาบาล, ปรับปรุงบ้าน, ใช้จ่ายส่วนตัว, รวมหนี้ ฯลฯ
หลายธุรกิจเริ่มต้นด้วยการใช้สินเชื่อบุคคลมาหมุนในกิจการ ซึ่งในช่วงแรกอาจพอได้ แต่ถ้าใช้ต่อเนื่องระยะยาว มักนำไปสู่ปัญหาดอกเบี้ยและภาระหนี้ส่วนตัวที่ไม่สมดุลกับรายได้ธุรกิจ
สินเชื่อ SME
ดู “ตัวธุรกิจ” เป็นหลัก เช่น ยอดขาย ยอดเงินเข้าออกบัญชีธุรกิจ งบการเงิน
อาจใช้ DSCR (Debt Service Coverage Ratio) หรือกระแสเงินสดในการประเมินความสามารถผ่อน
เจ้าของกับธุรกิจผูกกัน แต่ผู้ให้กู้จะพยายามแยกให้เห็นว่า “ธุรกิจ” หาเงินมาผ่อนหนี้ได้ไหม
สินเชื่อบุคคล
ดูรายได้ประจำ/สลิปเงินเดือนของผู้กู้
ในกรณีเจ้าของกิจการ/อาชีพอิสระ มักประเมินจากยอดเดินบัญชีส่วนตัว + เอกสารเสริมบางอย่าง
ไม่ได้ลงลึกในโครงสร้างธุรกิจมากนัก เน้นประเมินจากรายได้ส่วนตัวและประวัติเครดิต
ถ้าคุณเป็นเจ้าของกิจการที่ไม่มีสลิปเงินเดือน แต่อาศัย “รายได้ผ่านบัญชีธุรกิจ” เป็นหลัก การใช้สินเชื่อ SME จะตรงตัวและโปร่งใสมากกว่า
รายละเอียดวิธีเตรียมเอกสารและสเตทเม้นต์สำหรับขอสินเชื่อ SME สามารถตามต่อได้ในบทความ สินเชื่อ SME เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
สินเชื่อ SME
วงเงินมักอิงจาก “ยอดขายธุรกิจต่อปี” หรือ “มูลค่าสินทรัพย์/หลักประกัน”
หลายกรณีได้วงเงินสูงกว่าสินเชื่อบุคคล เพราะธุรกิจมีศักยภาพสร้างรายได้มากกว่า
สินเชื่อบุคคล
วงเงินมักจำกัดที่หลายเท่าของรายได้ส่วนตัว (เช่น 3–5 เท่าของรายได้ต่อเดือน)
ถ้าใช้เพื่อหมุนในธุรกิจมักไม่พอเมื่อธุรกิจเริ่มขยายตัว
โดยทั่วไป (แม้จะไม่ใช่ทุกกรณี):
สินเชื่อ SME บางประเภท โดยเฉพาะที่มีหลักประกัน มักมีดอกเบี้ยต่ำกว่าสินเชื่อบุคคลระยะยาว
สินเชื่อบุคคล/บัตรกดเงินสด ดอกเบี้ยมักสูงกว่า เพราะผู้ให้กู้รับความเสี่ยงในนามบุคคลมากกว่า และไม่มีหลักประกันชัดเจน
ถ้าใช้สินเชื่อบุคคลมาหมุนเวียนในธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ต้นทุนดอกเบี้ยที่สูงอาจกินกำไรธุรกิจไปแบบไม่รู้ตัว
สินเชื่อ SME
ต้องเตรียมเอกสารหลายอย่าง: เอกสารจดทะเบียน, งบการเงิน, ภ.พ.30, รายงานสต๊อก ฯลฯ
ฟังดูยุ่งยากกว่า แต่ถ้าจัดระบบบัญชี/ภาษีดีอยู่แล้ว การเตรียมไม่ยาก และได้ประโยชน์ต่อการบริหารธุรกิจโดยรวมด้วย
สินเชื่อบุคคล
สำหรับมนุษย์เงินเดือน เอกสารอาจง่ายกว่า: สลิปเงินเดือน, สเตทเม้นต์, สำเนาบัตร/ทะเบียนบ้าน
แต่สำหรับเจ้าของกิจการ/อาชีพอิสระ ก็มักถูกขอเอกสารเพิ่มอยู่ดี เช่น สัญญาจ้างงาน สเตทเม้นต์ยาว ๆ เอกสารภาษี ฯลฯ
ถ้าใช้ สินเชื่อบุคคล หมุนในธุรกิจ
หนี้ก้อนนั้นจะผูกกับ “คน” ไม่ได้ผูกกับ “กิจการ”
ถ้าเกิดปัญหา สุดท้ายเครดิตส่วนตัวเสีย ส่งผลต่อการขอสินเชื่อทุกประเภทในอนาคต
ถ้าใช้ สินเชื่อ SME อย่างมีวินัย
จะค่อย ๆ สร้าง “ประวัติสินเชื่อของธุรกิจ” เพิ่มความน่าเชื่อถือเวลาขอวงเงินเพิ่มหรือขอผลิตภัณฑ์ใหม่
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็น “รูปแบบสถานการณ์จริง” ที่พบซ้ำ ๆ จากการทำงานกับเจ้าของกิจการ SME
เจ้าของร้านใช้บัตรเครดิตหมุนซื้อของต่อเนื่อง
ช่วงแรกสะดวก แต่เมื่อยอดสต๊อกเพิ่ม วงเงินเต็ม ดอกเบี้ยเริ่มกินกำไร
แนวทางที่ใช้จริง
เปลี่ยนเป็นวงเงินหมุนเวียน SME ที่อิงยอดขาย
แยกเงินส่วนตัวออกจากเงินร้าน
ผลคือค่างวดลดลง และสภาพคล่องดีขึ้นชัดเจน
เจ้าของคิดจะใช้สินเชื่อบุคคลก้อนใหญ่
แต่เมื่อคำนวณค่างวด พบว่าผ่อนหนักเกินกระแสเงินสด
แนวทางที่ใช้จริง
ใช้สินเชื่อเพื่อการลงทุนระยะยาว
นำเครื่องจักรเป็นหลักประกัน
ทำให้ค่างวดสอดคล้องกับรายได้จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้น
เลือกใช้ สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ / สินเชื่อ SME เริ่มต้นธุรกิจ
แทนการกู้บุคคลหลายก้อน
ผลลัพธ์คือโครงสร้างเงินทุนชัดตั้งแต่วันแรก และไม่กดดันเครดิตส่วนตัวเกินจำเป็น
รายละเอียดกรณีนี้จะต่อในบทความ สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ เริ่มต้นธุรกิจอย่างมั่นใจ และ สินเชื่อ SME เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ตรงกับวัตถุประสงค์การใช้เงินในธุรกิจ
วงเงินมักสอดคล้องกับยอดขายและศักยภาพของกิจการ
มีผลิตภัณฑ์ให้เลือกหลายแบบ ทั้งแบบมีหลักทรัพย์และไม่มีหลักทรัพย์
ช่วยสร้างประวัติเครดิตของธุรกิจในระยะยาว
เอกสารอาจเยอะและต้องจัดระบบบัญชีให้ดี
อาจต้องเปิดเผยตัวเลขธุรกิจอย่างโปร่งใส (ซึ่งจริง ๆ เป็นผลดีต่อการบริหารเองด้วย)
ถ้าวางแผนไม่ดี ใช้สินเชื่อผิดประเภท หรือกู้มากเกินกำลังธุรกิจ ก็กลายเป็นภาระหนี้ได้เหมือนกัน
สินเชื่อ SME ไม่ได้ดีกว่าสินเชื่อบุคคลเสมอไป
ประเด็นสำคัญคือ “ใช้ให้ตรงงาน” เช่น ใช้สินเชื่อบุคคลสำหรับเรื่องส่วนตัวที่จำเป็นจริง ๆ แต่ใช้สินเชื่อ SME สำหรับเรื่องที่เกี่ยวกับการลงทุนและการเติบโตของธุรกิจ
ก่อนจะกดขอสินเชื่อใด ๆ ลองถามตัวเองด้วยคำถามชุดนี้
กู้ไปเพื่ออะไรแน่ ๆ ?
หมุนเวียนระยะสั้น / ซื้อของเข้า / รองรับเครดิตเทอม
ลงทุนเครื่องจักร / ขยายสาขา / สร้างโรงงาน
ปรับโครงสร้างหนี้เดิมให้สบายขึ้น
ถ้ากู้แล้ว ธุรกิจจะสร้างรายได้เพิ่มจากเงินก้อนนี้อย่างไร?
ยอดขายจะเพิ่มประมาณเท่าไหร่
กำไรสุทธิหลังหักดอกเบี้ยแล้วเหลืออยู่ไหม
ปัจจุบันธุรกิจมีเอกสารอะไรพร้อมแล้วบ้าง?
สเตทเม้นต์ย้อนหลัง
งบการเงิน/เอกสารภาษี
เอกสารจดทะเบียน/ใบอนุญาตต่าง ๆ
ถ้ากำลังจะใช้ “สินเชื่อบุคคล” แต่เอามาหมุนธุรกิจ
มีตัวเลือก กู้sme แบบไหนที่ตรงงานกว่าไหม
หรือพิจารณา สินเชื่อบสยค้ําประกัน เพื่อเพิ่มโอกาส/ลดแรงกดดันเรื่องหลักประกันได้หรือไม่
ลองดูตัวเลือกในบทความแนวรวมภาพ เช่น แหล่งเงินทุนธุรกิจ SME มีอะไรบ้าง เลือกแบบไหนให้เหมาะ
คำถามว่า “สินเชื่อ SME คืออะไร ต่างจากสินเชื่อบุคคลอย่างไร” จริง ๆ แล้วนำไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า คือ
“เรากำลังเอาหนี้ไปทำงานให้ธุรกิจเติบโต หรือเอาหนี้มาแบกปัญหาที่ควรแก้ด้วยวิธีอื่น?”
ถ้าใช้สินเชื่อ SME อย่างมีแผน
เลือกประเภทเงินกู้ให้ตรงกับเป้าหมาย
จัดระบบเอกสารและบัญชีให้โปร่งใส
รู้เท่าทันข้อจำกัดของสินเชื่อบุคคล
คุณจะสามารถใช้สินเชื่อเป็น “เครื่องมือขยายธุรกิจ” ได้จริง มากกว่าจะเป็น “ภาระที่ต้องตามแก้ทีหลัง”
ธนาคารแห่งประเทศไทย ใช้เป็นกรอบกำกับดูแลเรื่องสินเชื่อและต้นทุนหนี้ ทำให้เห็นเหตุผลว่าทำไมสินเชื่อบุคคลมักมีดอกเบี้ยสูงกว่า
ธปท. (ศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน 1213):เครื่องมือเปรียบเทียบสินเชื่อ SME ที่ช่วยให้เจ้าของกิจการเห็นโครงสร้างดอกเบี้ยและเงื่อนไขจริงก่อนตัดสินใจ
บสย. (TCG):ใช้จริงในการเพิ่มโอกาสอนุมัติ เมื่อธุรกิจยังขาดหลักประกัน โดยธนาคารนำการค้ำประกันไปลดความเสี่ยงเครดิต