หลายคนอยากมีธุรกิจของตัวเอง แต่อาจไม่อยากเริ่มจากศูนย์ ทั้งการคิดสูตร คิดแบรนด์ ทดลองตลาด ลองผิดลองถูกจนหมดทุนไปเปล่า ๆ “แฟรนไชส์” เลยกลายเป็นตัวเลือกยอดฮิต เพราะมีโมเดลธุรกิจ แบรนด์ และระบบหลังบ้านที่พิสูจน์มาระดับหนึ่งแล้ว
ปัญหาคือ… ถึงจะเลือกแฟรนไชส์ได้แล้ว “เงินลงทุนก้อนแรก” ก็ยังเป็นโจทย์ใหญ่สำหรับเจ้าของกิจการหน้าใหม่อยู่ดี ตรงนี้เองที่ สินเชื่อ SME แฟรนไชส์ หรือสินเชื่อสำหรับซื้อแฟรนไชส์เข้ามาช่วยเติมเต็มช่องว่างระหว่าง “อยากเริ่ม” กับ “เริ่มได้จริง”
บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจว่า
สินเชื่อ SME แฟรนไชส์คืออะไร ต่างจากสินเชื่อธุรกิจทั่วไปอย่างไร
มีรูปแบบเงินกู้แบบไหนบ้างที่ใช้ซื้อแฟรนไชส์ได้
ธนาคาร/สถาบันการเงินเขาดูอะไรเวลาอนุมัติ
วางแผนเงินลงทุนแฟรนไชส์ให้ครบทุกก้อนต้องคิดอะไรบ้าง
ข้อดี–ข้อเสี่ยงของการใช้สินเชื่อซื้อแฟรนไชส์
ถ้ายังไม่ได้อ่านมาก่อน แนะนำให้ดูบทความแม่อย่าง สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME คืออะไร? คู่มือฉบับเจ้าของกิจการ, สินเชื่อ SME คืออะไร? ต่างจากสินเชื่อบุคคลอย่างไร, และบทความคู่กันอย่าง สินเชื่อผู้ประกอบการรายใหม่ เริ่มต้นธุรกิจอย่างมั่นใจ ไว้เป็นพื้นครับ
สำหรับคนที่อยากเริ่มธุรกิจแต่ยังไม่มั่นใจในประสบการณ์ตัวเอง แฟรนไชส์มีข้อดีคือ
โมเดลธุรกิจถูกทดสอบมาแล้วในระดับหนึ่ง
มีสูตรสินค้า/บริการ มาตรฐานการทำงาน คู่มือการเปิดร้าน
ได้แรงแบรนด์และการตลาดส่วนกลางช่วยดึงลูกค้า
แต่แฟรนไชส์ส่วนใหญ่มี ค่าแรกเข้า + ค่า Setup + เงินประกัน + ค่าตกแต่งร้าน + ค่าซื้ออุปกรณ์ รวม ๆ แล้วอาจแตะหลักหลายแสนจนถึงหลักล้านบาท ทำให้หลายคนต้องหาทางเลือกด้านเงินทุนเพิ่ม ซึ่ง สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME และโปรแกรมเฉพาะอย่าง “สินเชื่อแฟรนไชส์” ถูกออกแบบมาเพื่อจุดนี้โดยเฉพาะ
พูดง่าย ๆ คือ
แฟรนไชส์ = โมเดลธุรกิจ
สินเชื่อ SME แฟรนไชส์ = เครื่องมือด้านการเงินที่จะช่วยให้เริ่มโมเดลนั้นได้จริง
ตอนที่ดิฉันช่วยคนในครอบครัวประเมินการซื้อแฟรนไชส์ร้านอาหารขนาดเล็ก เราได้ราคาแพ็กเกจรวมประมาณ 690,000 บาท (ค่าแรกเข้า + เซ็ตอุปกรณ์ + ตกแต่งพื้นฐาน) ตอนนั้นความคิดแรกคือ “ขอกู้ให้ครบ จะได้เริ่มง่าย” แต่พอเริ่มไล่รายการค่าใช้จ่ายจริง ดิฉันพบว่าเงินที่ทำให้ร้าน “รอด” ไม่ใช่เงินก้อนซื้อแพ็กเกจอย่างเดียว
สิ่งที่เกือบพลาดคือ เงินทุนหมุนเวียน 90 วันแรก เราลองจดค่าใช้จ่ายคงที่แบบไม่โลกสวย แล้วได้ตัวเลขประมาณนี้
ค่าเช่า: 18,000/เดือน
ค่าแรงขั้นต่ำ (1 คน): 12,000/เดือน
ค่าน้ำไฟ/อินเทอร์เน็ต: 4,500/เดือน
ค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ด (ซ่อม/ของสิ้นเปลือง): 3,500/เดือน
รวมค่าใช้จ่ายคงที่ ~38,000/เดือน
ดิฉันตั้ง “กฎ 90 วัน” ว่าเงินหมุนขั้นต่ำต้องมี 38,000 × 3 = 114,000 บาท และต้องกันไว้จริง ไม่เอาไปตกแต่งเพิ่ม
พอเราย้อนกลับไปดูแผนเดิม (กู้ 690,000) จะเหลือเงินหมุนแทบไม่พอ ทำให้มีความเสี่ยงสูงมากที่จะต้องไปพึ่ง สินเชื่อเงินด่วน/กู้เงินด่วน หลังเปิดร้าน ทั้งที่ยังไม่รู้ว่ายอดขายจะนิ่งเมื่อไหร่
สุดท้ายเราเปลี่ยนแผนเป็น “กู้เฉพาะก้อนลงทุนหลัก” และกันเงินตัวเองไว้เป็นเงินหมุนเวียน ผลคือภาพรวมค่างวดเบาลง และมี buffer สำหรับช่วงยอดขายยังไม่นิ่ง
บทเรียนที่ดิฉันจำขึ้นใจ: แฟรนไชส์มีระบบช่วย แต่ “สภาพคล่อง” คือสิ่งที่ทำให้เริ่มต้นได้แบบไม่เจ็บตัว โดยเฉพาะคนที่เป็น สินเชื่อ ผู้ ประกอบการ รายใหม่
ในภาพรวม สินเชื่อ SME แฟรนไชส์ คือสินเชื่อเพื่อธุรกิจที่ออกแบบมาใช้สำหรับ
ซื้อแฟรนไชส์เปิดสาขาใหม่
ปรับปรุง/รีโนเวทร้านเดิมให้เป็นรูปแบบแฟรนไชส์
ซื้ออุปกรณ์ตามแพ็กเกจแฟรนไชส์ เช่น เครื่องทำกาแฟ เครื่องครัว ตู้แช่ ฯลฯ
รูปแบบอาจเป็นได้ทั้ง
สินเชื่อเพื่อธุรกิจ SME ทั่วไป ที่ลูกค้าขอเพื่อนำไปลงทุนในแฟรนไชส์
โปรแกรมสินเชื่อเฉพาะ ที่สถาบันการเงินจับมือกับ “แบรนด์แฟรนไชส์” โดยตรง
สิ่งที่ต่างจากสินเชื่อธุรกิจทั่วไปคือ
ผู้ให้กู้ไม่ได้ดูแค่โปรไฟล์ของ “คนกู้” แต่ยังดูโปรไฟล์ของ “แบรนด์แฟรนไชส์” ที่คุณจะไปเปิดด้วย
เอกสารบางส่วนอาจมาจากฝั่งแฟรนไชส์ เช่น แผนรายได้โดยประมาณ, ค่าใช้จ่ายเฉลี่ย, รูปแบบสัญญาแฟรนไชส์
ถ้าอยากเห็นภาพการประเมินธุรกิจโดยรวมให้ชัดขึ้น แนะนำอ่านคู่กับ สินเชื่อ SME เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเตรียมอะไรบ้าง จะช่วยเรื่องเอกสารและการเตรียมตัวก่อนยื่นกู้ได้ดีมาก
แม้แต่ละธนาคารจะใช้ชื่อสินค้าต่างกัน แต่ถ้าดูโครงสร้างแล้ว มักจะอยู่ในกลุ่มนี้
ใช้โครงสร้างคล้ายเทอมโลน/สินเชื่อธุรกิจปกติ
วงเงินตามความสามารถของผู้กู้ + แผนธุรกิจ
ผ่อนเป็นงวดรายเดือน 3–7 ปี (แล้วแต่เงื่อนไข)
ใช้เงินก้อนนี้ไปจ่ายค่าแฟรนไชส์ + ค่า Renovate + ค่าอุปกรณ์
เหมาะกับใคร
คนที่มีฐานรายได้หรือธุรกิจเดิมอยู่แล้ว
มีเอกสารการเงิน/สเตทเม้นต์ชัดเจน
อยากเลือกแฟรนไชส์เอง ไม่ได้ผูกกับโปรโมชั่นเฉพาะราย
กรณีนี้ “แบรนด์แฟรนไชส์” จะจับมือกับสถาบันการเงิน ทำโปรแกรมร่วมกัน เช่น
ตั้งเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับผู้ซื้อแฟรนไชส์ของแบรนด์นั้น
อาจมีวงเงินหรือดอกเบี้ยพิเศษ
บางทีมี Package รวมค่าแฟรนไชส์ + ค่าอุปกรณ์หลักแล้ว
จุดเด่น
ผู้ให้กู้รู้จักแบรนด์และโมเดลธุรกิจอยู่แล้ว
ขั้นตอนบางอย่างสั้นลง เพราะใช้ข้อมูลจากฝั่งแฟรนไชส์ประกอบการพิจารณา
ข้อควรดู
เงื่อนไขผูกกับแบรนด์นั้นเท่านั้น เลือกแฟรนไชส์อื่นไม่ได้
ต้องอ่านสัญญาแฟรนไชส์ควบคู่กับสัญญาสินเชื่ออย่างละเอียด
แม้จะกู้ก้อนแรกผ่านแล้ว แต่หลังเปิดร้านจริงหลายคนเจอว่า
ช่วงแรกยอดขายยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน
ต้องใช้เงินหมุนซื้อสต๊อก วัตถุดิบ หรือทำการตลาดเพิ่ม
กรณีนี้อาจใช้
วงเงินหมุนเวียนขนาดเล็กสำหรับซื้อของเข้าร้าน
สินเชื่อระยะสั้น 6–12 เดือนสำหรับรองรับช่วงรันธุรกิจให้เข้าที่
ถ้าอยากเข้าใจแนวคิด “เงินทุนหมุนเวียน” ให้ชัดขึ้น แนะนำต่อไปที่บทความ เงินทุนหมุนเวียนคืออะไร ต่างจากกำไรอย่างไร และ สินเชื่อเพื่อธุรกิจขนาดเล็ก เลือกแบบไหนดีให้เหมาะกับกิจการ
จุดที่ต่างจากธุรกิจทั่วไปคือ ในเคสแฟรนไชส์ ผู้ให้กู้ไม่ได้ดูแค่ “คุณ” แต่ดู 3 องค์ประกอบพร้อมกัน คือ
แบรนด์แฟรนไชส์ + ทำเล/สาขาที่คุณเลือก + ตัวคุณในฐานะผู้ประกอบการ
แบรนด์นี้เปิดมาแล้วกี่ปี มีสาขาทั่วประเทศหรือแค่ไม่กี่สาขา
โมเดลธุรกิจชัดเจนไหม (ราคา, กลุ่มลูกค้า, ต้นทุน, ประสบการณ์จริงของสาขาอื่น)
ชื่อเสียงในตลาดเป็นอย่างไร ลูกค้ารู้จักแบรนด์ในพื้นที่ของคุณหรือยัง
แฟรนไชส์ที่มีประวัติดีและกระจายสาขามาระดับหนึ่ง มักทำให้ผู้ให้กู้ “มั่นใจ” มากขึ้น
แม้อยู่อายใต้แบรนด์เดียวกัน แต่ “ทำเลดี–ทำเลแป้ก” ผลลัพธ์ต่างกันมาก
ทำเลอยู่ในแหล่งชุมชน / ออฟฟิศ / โรงงาน / โรงเรียน / หรือตลาดเป้าหมายหรือไม่
ปริมาณคนเดินผ่าน (traffic) และลูกค้าศักยภาพในโซนนั้น
ค่าเช่าพื้นที่สมเหตุสมผลกับยอดขายที่คาดหวังไหม
บางแฟรนไชส์มีทีมช่วยประเมินทำเลให้ ซึ่งเป็นจุดแข็งที่คุณควรใช้ประโยชน์ให้สุด
ถึงจะเป็นแฟรนไชส์ แต่ผู้ให้กู้ก็ยังดูว่า “คนถือร้าน” มีความพร้อมแค่ไหน
ประสบการณ์ในธุรกิจใกล้เคียง (เช่น เคยทำร้านอาหาร เคยอยู่สายบริการมาก่อน)
วินัยทางการเงินส่วนตัว (เครดิตบูโร, ภาระหนี้เดิม)
การเตรียมตัวด้านแผนธุรกิจ เช่น แผนรายได้–ค่าใช้จ่ายช่วง 1–3 ปีแรก
ใครที่ยังไม่เข้าใจโฟกัสการประเมินเจ้าของกิจการ ลองกลับไปอ่านบทความ สินเชื่อ SME คืออะไร? ต่างจากสินเชื่อบุคคลอย่างไร จะช่วยให้เห็นมุมมองฝั่งสถาบันการเงินชัดขึ้น
แทบทุกเคสของ สินเชื่อ SME แฟรนไชส์ ผู้ให้กู้จะอยากเห็นว่า
คุณลงเงินตัวเองไปด้วย ไม่ใช่ใช้เงินกู้ 100%
เช่น
ค่าแรกเข้าแฟรนไชส์ + ค่าตกแต่งบางส่วนจ่ายเอง
เงินหมุนเวียนช่วงแรกเตรียมเองบางส่วน
ยิ่งคุณลงทุนเองมากในระดับที่เหมาะสม สัญญาณเรื่อง “Commitment” ยิ่งดี
ความผิดพลาดใหญ่ของคนกู้ซื้อแฟรนไชส์คือ คิดว่าต้องเตรียมเงินแค่ “ค่าแฟรนไชส์ + ค่าตกแต่ง” แต่จริง ๆ แล้วคุณต้องคิดครบทุกก้อน
ลองเช็กลิสต์ง่าย ๆ:
ค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์ (Franchise Fee)
ค่าตกแต่ง/ก่อสร้าง/ปรับปรุงพื้นที่
ค่าอุปกรณ์และเครื่องมือ – เช่น เครื่องชงกาแฟ, เตา, ตู้แช่, เครื่อง POS ฯลฯ
ค่าเงินประกัน/มัดจำค่าเช่า – แล้วแต่สัญญากับเจ้าของพื้นที่
ค่าวัตถุดิบล็อตแรก และสต๊อกขั้นต่ำ
เงินทุนหมุนเวียนใน 3–6 เดือนแรก
ค่าเช่า
เงินเดือนพนักงาน
ค่าน้ำ–ไฟ–อินเทอร์เน็ต
ค่าโฆษณา/การตลาด
เงินเดือนตัวคุณเอง (ถ้าจะทำเต็มเวลา) – หลายคนลืมคิดข้อนี้ไป
จากนั้นค่อยแยกว่า
ส่วนไหนใช้เงินตัวเอง
ส่วนไหนใช้สินเชื่อ (และจ่ายคืนจากกำไรที่เกิดขึ้นได้จริง)
บทความอย่าง สินเชื่อ SME เริ่มต้นธุรกิจ ต้องเตรียมอะไรบ้าง จะช่วยให้คุณวางแผนเอกสารและข้อมูลพวกนี้เป็นรูปธรรมมากขึ้น
เงินทุนหมุนเวียนขั้นต่ำ (90 วัน)
เงินทุนหมุนเวียนขั้นต่ำ = ค่าใช้จ่ายคงที่ต่อเดือน × 3
หากเป็นทำเลค่าเช่าสูง/ยอดขายผันผวน ดิฉันมักขยับเป็น 4–6 เดือน
วงเงินกู้ที่ “ไม่ทำให้ค่างวดตึงมือ”
ดิฉันจะเริ่มจากถามว่า “เดือนหนึ่งธุรกิจมีเงินเหลือหลังหักต้นทุนและค่าใช้จ่ายคงที่ประมาณเท่าไหร่” แล้วค่อยกำหนดค่างวดที่รับได้
หลักคิดคือค่างวดต้องไม่กินพื้นที่เงินหมุนเวียนจนธุรกิจสะดุด
กฎแยกก้อนเงิน (กันหลงใช้ผิดวัตถุประสงค์)
ก้อนลงทุน (ค่าแฟรนไชส์/อุปกรณ์/ตกแต่ง)
ก้อนเงินหมุน 90 วัน (ห้ามแตะ)
ก้อนสำรองฉุกเฉิน (เผื่อซ่อม/คืนสินค้า/ยอดขายตก)
เหตุผลที่ต้องมี 3 ก้อนนี้: เพราะหลายเคสที่ต้องไปพึ่ง กู้เงินด่วน ไม่ได้เกิดจากแฟรนไชส์ไม่ดี แต่เกิดจาก “กันเงินหมุนไม่พอ” ตั้งแต่แรก
เข้าถึงโอกาสทำธุรกิจได้เร็วขึ้น
จากที่ต้องเก็บเงินอีกหลายปี การใช้สินเชื่อช่วยทำให้เริ่มธุรกิจได้เร็วขึ้น
ใช้โมเดลธุรกิจที่พิสูจน์มาแล้ว
ลดความเสี่ยงจากการลองผิดลองถูกเองทั้งหมด
บางแบรนด์มีโปรแกรมร่วมกับธนาคาร
ทำให้การขอสินเชื่อมีข้อมูลประกอบการประเมินชัดขึ้น และบางทีเงื่อนไขดอกเบี้ย/วงเงินดีกว่าปกติ
ภาระหนี้ผูกกับยอดขายจริง
ถ้ายอดขายไม่ถึงเป้า ค่าเช่า + ค่าใช้จ่าย + ค่างวดหนี้อาจหนักเกินไป
ผูกติดกับแบรนด์แฟรนไชส์
ถ้าแบรนด์มีปัญหา หรือภาพลักษณ์เสียหาย คุณในฐานะสาขาก็โดนผลกระทบไปด้วย
คิดว่าทำแฟรนไชส์ = ทำอะไรก็สำเร็จ
จริง ๆ แล้ว ความสำเร็จยังขึ้นกับทำเล การบริหารทีม การควบคุมต้นทุน และการลงมือทำของคุณเอง
เพราะฉะนั้น ก่อนตัดสินใจใช้สินเชื่อ ควรอ่านประกอบกับบทความสายเตือนภัย เช่น สินเชื่อธุรกิจอนุมัติง่าย มีจริงไหม ดูยังไงไม่ให้โดนหลอก เพื่อมองภาพด้านความเสี่ยงและข้อเสนอที่ดู “ง่ายเกินจริง”
เอกสารจริงอาจต่างกันตามธนาคาร แต่รายการด้านล่างคือชุดที่มักถูกขอเพื่อพิจารณา สินเชื่อธุรกิจsme สำหรับแฟรนไชส์
เอกสารส่วนบุคคล/ผู้กู้
บัตรประชาชน/ทะเบียนบ้าน
เอกสารรายได้หรือหลักฐานอาชีพ (ถ้ามี)
รายการเดินบัญชี (Statement) ย้อนหลังตามช่วงที่ธนาคารกำหนด
เอกสารด้านธุรกิจ (ถ้ามีบริษัท/ห้าง/กิจการเดิม)
หนังสือรับรอง/ทะเบียนพาณิชย์/เอกสารนิติบุคคล
เอกสารภาษี/รายรับรายจ่าย/งบการเงิน (ตามที่มี)
Statement บัญชีธุรกิจ
เอกสารจากฝั่งแฟรนไชส์
ใบเสนอราคาแพ็กเกจ/รายการอุปกรณ์/ค่าแรกเข้า
ร่างสัญญาแฟรนไชส์/เงื่อนไขค่าธรรมเนียมต่อเนื่อง (ถ้ามี)
ข้อมูลทำเล/ประมาณการยอดขายที่แบรนด์มีให้ (ถ้ามี)
บล็อกนี้ตอบคนที่เสิร์ช “สมัครสินเชื่อแฟรนไชส์” แบบตรง ๆ
ข้อความสำหรับใส่
สรุปงบลงทุน “ครบทุกก้อน” (รวมเงินทุนหมุนเวียน 90 วัน)
เลือกโครงสร้างเงินทุน: เงินตัวเอง + สินเชื่อ sme เริ่มต้นธุรกิจ ที่ต้องการ
เตรียมเอกสารผู้กู้ + เอกสารจากแบรนด์แฟรนไชส์
จัดทำ “แผนสั้น 1 หน้า” อธิบายใช้เงินกู้ทำอะไร และคืนเงินจากอะไร
ยื่นคำขอและตอบคำถามธนาคารเรื่องทำเล/ต้นทุน/กำไร/แผนบริหาร
รอผลพิจารณาและทบทวนเงื่อนไข (ดอกเบี้ย ระยะผ่อน ค่าธรรมเนียม)
วางแผนเบิกใช้เงินกู้เป็นงวด และกันเงินหมุนให้ครบตามแผน
สินเชื่อ SME แฟรนไชส์ เป็นเครื่องมือที่ดีมากสำหรับคนอยากทำธุรกิจ แต่ไม่อยากเริ่มจากศูนย์ทุกอย่างเอง
ถ้าใช้ถูกวิธี
เลือกแฟรนไชส์ที่เหมาะกับตัวเองและตลาดในพื้นที่
วางแผนเงินลงทุนทุกก้อน และกู้เท่าที่จำเป็นจริง ๆ
เตรียมเอกสารและข้อมูลให้พร้อมก่อนยื่น
สินเชื่อจะกลายเป็น “สะพาน” ให้คุณเดินจากจุดเริ่มต้นไปสู่การมีธุรกิจของตัวเองได้เร็วขึ้น
แต่ถ้าเลือกแฟรนไชส์ผิด วางแผนการเงินไม่รอบคอบ หรือกู้เกินกำลังที่ธุรกิจจะสร้างรายได้ได้จริง สุดท้ายทั้งแฟรนไชส์และสินเชื่ออาจกลายเป็นภาระที่ทำให้คุณหมดแรงตั้งแต่ปีแรก
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ความรู้ผู้ใช้บริการการเงิน/แนวคิดการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ)
สสว. (OSMEP) แหล่งความรู้และเครื่องมือสนับสนุนผู้ประกอบการ SME
เว็บไซต์/เอกสารของธนาคารพาณิชย์ (คำอธิบายผลิตภัณฑ์สินเชื่อธุรกิจและเงื่อนไขทั่วไป)
คุณสามารถกรอกข้อมูลเบื้องต้น เช่น
แบรนด์แฟรนไชส์ที่สนใจ
ทำเลที่เล็งไว้ / งบประมาณลงทุนโดยประมาณ
รายได้/งานประจำ/ธุรกิจปัจจุบันที่คุณมี
เพื่อให้ทีมที่ปรึกษาช่วย
ประเมินว่าควรใช้ สินเชื่อ SME แฟรนไชส์ แบบไหน
วางโครงสร้างเงินลงทุนและค่างวดให้เหมาะกับความสามารถในการผ่อน
แนะนำเอกสารที่ควรเตรียมก่อนยื่นกู้จริง